อภิโชค เลขเด็ด หวยดัง หวยเด็ด เว็บหวยออนไลน์ คำนวณหวยบนดิน
01 มิถุนายน 2020, 16:09:31 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ผลงาน Super VIP (งวด16พ.ค.63)
อ.apichoke เลขเด็ดจากตำราหวยสูตรเด็ด
เลขเด่น ตัวเดียว 5 เน้นๆ ถูกเข้าเป้า
ซองพลัง ถูกเด่น 5
หม่ำ ถูกเด่น 5
เซียนท่าทราย ถูกเด่น 5
ออก 095-22

   หน้าแรก   หวยรัฐบาล SUPER VIP หนังสือหวย VIP ช่วยเหลือ ปฏิทิน แท็ก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
Loading...
ฝากภาพseo
  โฆษณา backlink ตรงนี้
horoscope 2563
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปฎิมากรรมที่ธรรมชาติบรรจงสร้าง บนหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ปี 2497  (อ่าน 645 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 07:22:02 »




          ความมหัศจรรย์ของปฎิมากรรมที่ธรรมชาติสร้างบนพื้นผิวหลวงพ่อทวดวัดช้างให้
                               จังหวัดปัตตานี  รุ่นเนื้อว่านปี 2497



           "นโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิสิภควา"  ขอเคารพนบนอบต่อองค์หลวงพ่อทวด  วัดช้างให้  จังหวัดปัตตานี
ด้วยจิตใจคารวะ  วันนี้ลูกขอบารมีหลวงพ่อเป็นที่พึ่ง  ขอเขียนบทความถึงเส้นสาย  ลวดลายที่ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้บน
องค์หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน  พ.ศ. 2497  ที่เกิดจากการซึมซาบอาบไหลของน้ำว่าน  ที่ก่อเกิดปฏิมากรรมที่น่าพิศวงไว้
มากมาย  เพื่อประโยชน์ของอนุชนรุ่นหลัง   และผู้ที่ใฝ่หาอยากได้หลวงพ่อทวดเนื้อว่านไว้สักการะบูชา  จะได้มีแนวทาง
ในการสังเกตว่าพระหลวงพ่อทวด  วัดช้างให้  ที่แท้จริงมีลักษณะเป็นเช่นไร  ขอบารมีหลวงพ่อช่วยให้สติปัญญาโชติช่วง
มองเห็นสิ่งที่จำเป็นและถูกต้อง   รวมทั้งช่วยปกป้องภยันตรายต่าง  ๆ   ที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อเขียนนี้  และช่วยขจัด
ปัดเป่าให้ผ่านพ้นไปด้วยดี  เพราะข้อเขียนนี้คือข้อมูลที่ปกปิดซ่อนเร้นมานาน  เป็นความลับส่วนตัวที่จะไม่เปิดเผยต่อ
สาธารณชน  แต่บัดนี้ถึงกาลเวลาที่จะส่งทอดให้กับคนรุ่นต่อไปได้รับรู้  ขอหลวงพ่อได้เป็นสักขีพยานด้วย  สาธุ สาูธุ สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 07:24:31 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า

pornsak11
Diamond Hero 9
*

พลังน้ำใจ: 60466
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57,421



« ตอบ #1 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 07:27:12 »

 ขอบคุณ1 ขอให้รวย3 ขอให้รวย3

จริงจังและจริงใจเสมอ
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #2 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 07:59:03 »



     หลวงพ่อทวดวัดช้างให้  จังหวัดปัตตานี   ชื่อนี้สถิตย์อยู่ในดวงใจของชาวไทยทุกคน  ตลอดไปถึง
ชาวต่างชาติ  มาเลเซีย  สิงคโปร์  ฮ่องกง ฯลฯ  เพราะทุกคนเชื่อว่าเป็นพระนิรันตราย  แคล้วคลาด
ปลอดภัย  จนมีคำกล่าวว่า " แขวนหลวงพ่อทวดวัดช้างให้แล้ว  จะไม่มีวันตายโหง"  ใคร ๆ  จึงอยากได้
พระหลวงพ่อทวดไว้คล้องคอ   วัดมากมายทั่วทุกภาคของประเทศไทย  จึงมีหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ให้
ผู้ที่เคารพนับถือได้เคารพบูชา    โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงวัดช้างให้  จังหวัดปัตตานี

     จุดกำเนิดของหลวงพ่อทวด  ก็ก่อเกิดมาจากวัดช้างให้   โดยอาจารย์ทิม  เจ้าอาวาสวัดช้างให้
สมัยนั้นได้จัดสร้างหลวงพ่อทวดรุ่นเนื้อว่านขึ้น  เมื่อปี  2497  เพื่อหาเงินมาบูรณะวัดที่ชำรุดทรุดโทรม
โดยให้เช่าบูชาในราคาองค์ละ 10  บาท  โดยหารู้ไม่ว่าในกาลต่อมา  จากราคา  10  บาท ได้กลาย
เป็นพระหลักล้าน  และหลาย ๆ ล้าน  เป็นที่ต้องการของพุทธศาสนิกชนทุกวัย

     ก็ขอละเว้นไม่กล่าวถึงประวัติความเป็นมา  เพราะทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว

     หลวงพ่อทวดวัดช้างให้  เนื้อว่าน ปี 2497  เป็นพระที่ดูยากที่สุด  เพราะมีพระปลอม พระเลียนแบบ  
ออกมาจำหน่ายมากมายเหลือคณานับ  และหลากหลายฝีมือ บางคนก็ทำได้เฉียบขาด  จนเซียนหงายหลัง
ไปแล้วก็มี

      เซียนพระเองก็หาคนชำนาญจริง ๆ ยาก  ต่างคนต่างก็กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง  เปะปะกันไปคนละทิศ
คนละทาง   เพราะพระหลวงพ่อทวด  ปี  2497  เป็นพระทำมือ  ต่างคนต่างทำ  ไม่มีมาตรฐานในการทำ
ตั้งแต่แม่พิมพ์พระที่ทำจากคลั่ง  เนื้อหามวลสาร  การผสมว่าน  ทำกันทีละครั้งทีละคราว  จึงไม่มีกฏตายตัว
ในการดูพระรุ่นนี้

      เซียนบางคน  ก็บอกว่าต้องดูพิมพ์  ดูตำหนิ  เป็นเกณฑ์  หลายคนก็แย้งว่า  ดูพิมพ์ดูตำหนิไม่ได้  เพราะ
พระกดพิมพ์ด้วยมือ  ติดบ้างไม่ติดบ้าง  ต้องดูเนื้อหา มวลสาร  คราบว่าน มาเป็นหลัก

      จนถึงวันนี้   พระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านกำลังจะหมดไปจากเมืองไทยแล้ว  เพราะสร้างขึ้นมาแค่  64,000 องค์
เท่านั้น  แต่การสังเกตพระรุ่นนี้ก็ยังหาข้อยุติที่ตายตัวไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 08:02:09 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #3 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 08:19:24 »



       ก็ขออกตัวเสียก่อนว่า   ตานำชัยไม่ใช่เซียนพระ  ไม่ใช่คนขายพระ  เพียงแต่เป็นคนชอบ
ศึกษาเรื่องพระ  การเขียนบทความนี้จึงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
  นอกจากนั้นตานำชัยก็ดูพระ
ไม่เป็น    เพราะฉะนั้นป่วยการที่จะเอาพระมาให้ตานำชัยดูว่าแท้หรือไม่แท้  อยากดูพระเป็น
ต้องศึกษาเอาเอง   ดูบทความนี้ให้จบ  แล้วดูซิว่าจะดูพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน  ปี 2497
เป็นหรือไม่

      ก็เป็นไปตามหัวข้อ  บทความนี้ไม่ใช่แนะนำให้ดูพระ  แต่เป็นการดูปฎิมากรรมบนองค์พระ
จึงไม่มีการพูดถึงเรื่องพิมพ์  เรื่องตำหนิ มวลสาร เข้ามาเกี่ยวข้อง  (แตถ้าจำเป็นก็อาจจะพูดถึงบ้าง)

      สิ่งที่จะเอามาศึกษา ทำความเข้าใจ  จะมีดังนี้

          1. ลักษณะของคราบว่านที่ไหลบ่าอาบลงบนองค์พระ
          2. ลักษณะของเชื้อราสีขาว  ที่ห่อหุ้มองค์พระ
          3. ลักษณะการผุดของยางว่านสีเหลืองอ่อน  ที่ผุดมาจากองค์พระ
          4. ริ้วรอยการเดินทางของน้ำว่าน
          5. การไหลของยางว่าน  ทำให้การเปลี่ยนแปลงบนองค์พระเป็นอย่างไร
          6. การผุด การงอก  การสะสม  การตกสะเก็ด  บนผิวพระ

โดยอาศัยภาพถ่ายจากองค์พระจริง ๆ  มาให้ดูความพิศดารเหล่านี้
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #4 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 09:04:05 »




                                                    


                               ภาพที่  1    ลักษณะของพระเนื้อว่าน  


      พระองค์ที่นำลงให้ดูเป็นเบื้องแรก   ไม่ใช่พระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ แต่เป็นพระเนื้อว่าน   ที่สร้างจากว่านชนิดเดียวกับ
พระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ โดยคนหาว่านและคนผสมว่านคนเดียวกัน  ว่านทั้งหมดหามาจากภูเขาในตำบลตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา
และผสมดินกากยายักษ์จากเชิงเขาในตำบลลำพยา  จังหวัดยะลา (สถานที่ทั้งหมดนี้ แม้ไม่ใช่บ้านตานำชัย  แต่ก็คือบ้านตานำชัย)
พ.ศ.ที่สร้างก็ห่างไกลกันไม่กี่ปี  เป็นพระแท้ ๆ  แน่นอน  จึงเอามาให้ศึกษาเรื่องของว่าน  เป็นอันดับแรก


     จุดสังเกต  

           1. คราบสีดำ ๆ  ที่อาบองค์พระอยู่เป็นหย่อม ๆ
มองเห็นชัดเจน  นั้นคือ คราบน้ำว่านที่ไหลออกมาจากองค์พระ  เมื่อพระ
เริ่มเซตตัวค่อย ๆ แห้งลง  ว่านที่ใช้ทำพระต้องเป็นว่านสด ๆ หลากหลายชนิดตำมาผสมรวมกัน  น้ำว่านจึงจะปรากฏ  แต่พระที่ทำ
ปลอมจะใช้ว่านที่ตายแล้ว  จะไม่ปรากฏน้ำว่านไหลออกมาแบบนี้  จึงต้องใช้อะไรบางอย่างทำให้ดำ ๆ แทน


               นึกภาพว่าองค์พระเหมือนภูเขาลูกหนึ่ง  ตะปุ๋มตะปำสูง ๆ ต่ำ  อยู่ ๆ มีน้ำเหนียว ๆ ผุดขึ้นมาจากใต้ภูเขา  น้ำที่ทะลัก
ขี้นมา  ก็ย่อมจะไหลบ่าลงไปทุกทิศทาง  จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ  นี่คือธรรมชาติการไหลของน้ำ  น้ำว่านที่ไหลลงมาแล้ว  ตรงไหนที่
เป็นแอ่งก็จะไหลลงไปรวมกัน  เต็มแอ่งเมื่อไหร่  ก็จะไหลทะลักล้นลงไปในแอ่งต่อไป  ตรงไหนที่ไหลผ่านก็จะทิ้งคราบเหนียว ๆ
เป็นรอยเอาไว้ให้เห็น  จะไหลไปจนหมดแรงไหล  แล้วไปรวมตัวกันจนแห้งสนิท   จนบางครั้งแม้จะผ่านไป 10-20 ปี  ก็ยังคง
มองเห็นผิวพื้นของคราบว่านเป็นมันวาวเหมือนสีเงินยวง  (ตรงนี้สำคัญมาก  จะต้องมีคราบหนาบนผิวหน้าให้เห็นเสมอ)

                และร่องรอยการไหลของว่านเหล่านี้  เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ ปี  ก็จะเกิดปฎิมากรรมหลากหลายขึ้นมาให้เห็น
ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป

           นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ   เมื่อจับองค์พระว่านมาพิจารณา  ก็ต้องดูตรงนี้  รอยไหลของน้ำว่าน  ไหลล้น  ทะลัก
ท่วม บ่า  หรือไม่  มีทิศทางที่จะไปจากสูงไปหาต่ำหรือไม่  ถ้าผิดไปจากตรงนี้  เรียกว่า "ผิดธรรมชาติ"

           ตรงนี้ถือว่าเป็นขั้นแรกของการศึกษาเรื่องพระว่าน   ขอให้ดูให้เข้าใจก่อนจะเรียนรู้ในเรื่องต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 10:07:41 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #5 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 09:40:42 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #6 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 10:38:08 »



จุดสังเกตที่  2

     สีขาว ๆ   ที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปบนองค์พระ  ดูที่ขวามือของภาพ  (ซ้ายมือของพระ) จะมีสีขาว ๆ   หนาทึบ  
แผ่ลงมาตั้งแต่หูของพระ  ผ่านลำคอ  หน้าอก  ลงมาจนถึงเข่าเป็นทาง  สลับกับน้ำว่านสีดำ  เห็นชัดเจน  
ส่วนทางด้านซ้ายมือ (ขวามือของพระ)   ก็จะเห็นสีขาวเป็นแถบ   ลงมาถึงข้อศอก  และเข่า

      สีขาว ๆ ที่เห็นนี้   ความจริงแล้วเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง  ที่จะขึ้นปกคลุมองค์พระหนาทึบ  บางองค์จะคลุม
จนมองไม่เห็นเนื้อพระ  ส่องกล้องดูจะเห็นเป็นโครงข่ายยึดโยงกันไปมา  แบบเดียวกับราที่ขึ้นบนขนมปังปอนด์
สูงนูนขึ้นมาเหนือองค์พระ  ถ้าเอามือไปจับ  หรือลูบที่องค์พระ  เชื้อราพวกนี้จะหลุดหายไปหมด  อาจจะเหลือ
อยู่บ้างตามซอกพระ หรือรอยแยกรอยราน  สังเกตรูปร่างดูให้ดี ๆ  สีขาวของเชื้อรานี้จะไม่เป็นแว่นกลม ๆ  แต่
จะมองเห็นสีขาวที่โยงเป็นเส้นเล็ก ๆ  ไปรอบทิศ  รูปร่างจะแตกต่างกันไป

     อีกอย่างหนึ่ง  พระที่ผสมว่านมาก ๆ  หรือพระแก่ว่าน  ราพวกนี้จะชอบขึ้น  พระที่แก่ว่านปกติแล้วมักจะ
เป็นพระที่มีผิวเป็นสีเปลือกมังคุด  เนื้อจะหนึกนุ่ม  เป็นมัน (สังเกตพระตัวอย่างในรูปที่ 1ก็จะมีสีเปลือกมังคุด  
ของวัดช้างให้  ก็จะมีสีเปลือกมังคุด เช่นกัน) จับไปจับมาราพวกนี้มักจะจมหายไปกับความฉ่ำมันแต่ถ้าเป็นพระที่ไม่เคยจับเลย  
จะมองเห็นราพวกนี้เป็นสีขาวสวยงามมาก

     ในพระองค์ที่นำมาเป็นตัวอย่างนี้  เดิมก็มีราสีขาวเกาะเต็มทั้งหน้าหลัง  แต่โดนมือจับหลาย ๆ  ครั้ง
มันก็จะหลุดออกไป   เหลือน้อยลง  บางส่วนก็จะจมลงไปกับความฉ่ำของเนื้อว่าน  ซึ่งเนื้อว่านเหล่านี้  ยิ่งจับ
หลาย ๆ  ครั้ง  ก็จะยิ่งมีความเปียกมากขึ้น

      พระที่มีเนื้อแก่ปูน  แก่ดิน  ก็จะมีราพวกนี้ขึ้นเหมือนกัน  แต่เนื้อพระจะแกร่งกว่า   ไม่เปียกชื้น จึง
มองเห็นราขาวได้ชัดเจนกว่า





     พระหลวงพ่อดำ  วัดตุยง    เป็นพระแก่ว่าน   จะมีราขาวขึ้นปกคลุมเต็มองค์พระ  ลองเอามือลูบดู
ราจะหายไป  สังเกตที่ใบหน้าพระ  และเมือจับไปจับมาหลาย ๆ ครั้ง  จะเริ่มมองเห็นความเปียกฉ่ำบนองค์พระ และจะวาว
เป็นมัน  สีพระก็เริ่มมองเห็นเป็นสีเปลือกมังคุดที่ชัดเจนทั้งองค์  นี่คือธรรมชาติของพระเนื้อว่าน

      คงจะเริ่มมองเห็นภาพหยาบ ๆ แล้ว   ว่าการสังเกตคราบว่านที่บอกว่าต้องเป็นธรรมชาติ   จะเป็นแบบไหน
ถ้าเจอเชื้อราที่แข็งกระด้าง   ผิวพระหยาบกร้าน  ไม่หนึกนุ่ม  ระวัง ๆ ไว้ก็แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 11:06:47 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #7 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 16:02:48 »

              

                    ภาพที่   4   ปฎิมากรรมคราบว่านบนพื้นผิวพระ

       พระที่นำลงให้ชมทั้ง  2  องค์   มีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน  องค์ขวามือนัยว่าน่าจะเป็นหลวงพ่อทวด
ปี 2497   แต่จะแท้หรือไม่  ไม่ขอยืนยัน  เพียงแต่มองเห็นความแปลกประหลาดของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

        น้ำว่านที่ซึมซาบอาบลงมาบนองค์พระ  ก่อให้เกิดปฎิกริยาต่อองค์พระมากมาย  จากพระที่เคยราบเรียบ
สวยงาม  จะเกิดการพอกพูนของน้ำยางว่านที่เกาะตัวจับกันเป็นก้อนในพื้นที่ต่าง ๆ  ทั้งสององค์นี้ยังมีความชุ่มฉ่ำ
บนผิวที่น้ำว่านเกาะตัวกัน  สะท้อนแสงวาววับให้เห็น  เหมือนแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่น้ำกำลังจะแห้ง  เหลือแต่โคลนตม
ที่ค่อย ๆ จับตัวกันตึงผิว  รอที่จะปริแตกในคราวต่อไป

        พระทั้งสององค์นี้  จะมีอายุกี่ปีก็ไม่รู้  แต่ที่อยู่ในความครอบครองก็สามสิบปีกว่ามาแล้ว  สามสิบปีที่วัตถุ
ที่เปียกน้ำน่าจะแห้งสนิท  เพราะเก็บอยู่ในที่แห้งและร้อน  แต่กลับปรากฏความหนึกนุ่ม  และความเปียกชื้นให้เห็นอยู่  
และคงจะอยู่แบบนี้ตลอดไป  นี่คือความแปลกของธรรมชาติ

        ยางเหนียวที่ไหลผ่านองค์พระลงไป  หรือที่ผุดขึ้นมาจากเนื้อพระ  จะก่อให้เกิดรอยตะปุมตะป่ำ  เล็กบ้าง
ใหญ่บ้าง  เหมือนก้อนหินที่เรียงรายอยู่บนเชิงเขา  ทำให้องค์พระมีสภาพบิดเบี้ยว  สภาพเดิมเปลี่ยนไป  สังเกต
พระองค์ขวา  ไขว่านที่ผุดขึ้นมาเกาะตัวเป็นก้อนเนื้อที่บริเวณอก  บางส่วนไหลทะลักลงมากองอยู่บริเวณเหนือ
ฝ่ามือที่กำลังนั่งทำสมาธิ  จนมองเห็นเป็นลำยาวนูนขึ้นมา

        ยางว่านเหนียวที่ผุดขึ้นบริเวณอก  ไหลล้นลงมาจนถึงหน้า  เต็มหน้าตักแล้วก็ไหลลงมาตามช่องว่างที่ขา
บ่าลงมาข้าล่างเป็นทางยาว  นี่คือการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ  หรือการปั้นแต่งจากน้ำมือมนุษย์  ตรงนี้ก็ฝาก
ไว้เป็นข้อคิด


        

        
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 16:39:02 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #8 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 17:04:53 »

        


       ภาพที่  5  ปฎิมากรรมจากคราบไคลและไขว่านบนองค์พระ

            ตานำชัยไม่ใช่เซียนพระ   ดูพระไม่เป็น  เพียงแต่เห็นความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์พระ
ที่คาดหวังว่าน่าจะเกิดจากธรรมชาติล้วน ๆ   จากพระพิมพ์ต่าง ๆ ในหลาย ๆ  วัด  ที่จัดสร้างขึ้นในภาคใต้  ใน
เวลาที่ไล่เลี่ยกับหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน  รุ่นปี  2497  ไม่ว่าจะเป็นน้ำว่าน  คราบไคลไขว่าน  น่าจะมีความละม้าย
คล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  สมควรจะรวบรวมไว้เป็นกรณีศึกษา


                        

    พระองค์นี้มีเนื้อหนึกนุ่ม  เป็นมัน ผิวสีเปลือกมังคุด    ดูแล้วน่าจะเป็นพระแท้  แต่จะถึงยุค  2497  หรือไม่ ไม่แน่ใจ
แต่อุปมาไว้ก่อนละกัน  พระองค์นี้ทำมาจากว่านจริง ๆ  และเป็นว่านที่ยังสดอยู่ด้วย  จึงปรากฏคราบไคลว่านไหลย้อยลง
มาตามองค์พระ  แบบเป็นธรรมชาติ  หรือเรียกว่าเกิดขึ้นเอง  เริ่มจากแขนซ้าย - ขวา  จะมียางว่านไหลจากใบหน้า เป็น
ทางยาวลงมา  มองเห็นได้ชัดเจน  บริเวณอก  ซอกคอซ้าย-ขวา  จะมีน้ำว่านที่ไหลมาขังอยู่และแห้งตัวลงเป็นแผ่นตะกอน
แต่มันวาว  ไขว่านสีขาวก็จะผุดขึ้นจากกลางองค์พระ  แล้วไหลล้นลงมาเป็นทาง  จากมือที่ประสานกัน  ผ่านเข่าลงมา
ถีงบัวชั้นที่ 1  แล้วล้นปรี่จนท่วมแอ่งบัวขั้นที่  1  แล้วไหลทะลุลงมาท่วมบัวชั้นที่ 2  แล้วยังไหลหยดไปหยดยาวต่อไป
ทำให้บัวทั้งสองชั้นเหลือกลีบบัวให้เห็นนิดเดียว  เพราะถูกไขว่านปกปิดเสียเป็นส่วนใหญ่  ทางด้านขวามือของคนดู
จะเห็นทางไหลของน้ำว่านเป็นทางขาว  จากเข่าผ่านบัวชั้น 1 ชั้น 2  เห็นชัดเจน  และที่แขนซ้ายขององค์พระ  ก็จะ
เห็นทางไหลของน้ำว่านผ่านมาที่เข่า  วกกลับไปด้านข้าง   หายออกไปจากองค์พระ

       สังเกตที่ปาก  จะเห็นว่าเหลือเล็กนิดเดียว  ผิดเพี้ยนกับพระองค์จริง  แต่มองให้ดีจะเห็นคราบไคลว่านย้อยลงมา
ปิดไว้ที่มุมปากทั้งสองข้าง  เหมือนกับที่ไหลลงไปบิดกลีบบัวจนผิดรูป  ถ้าคนสร้างขึ้น  คงจะไม่ปิดบังส่วนสำคัญเช่นนี้

    นี่คือปฎิมากรรมของเส้นสายที่ไหวพริ้วอยู่บนองค์พระ  ทุกเส้นที่ปรากฏบนองค์พระ ตั้งแต่ เส้นขนานของกรอบทั้งสองข้าง
เส้นโยงใยไขว้กันไปมาภายในองค์พระ  จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง  อ่อนไหวและสวยงาม  เกินจิตนาการที่มนุษย์
จะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้  มองทีไรสดสวยจับใจและน่าทึ่งจริง ๆ

    การสร้างพระด้วยว่านสดแบบนี้  คนทำพระปลอมไม่น่าจะทำขึ้น  เพราะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะวางตลาดได้  และ
การหาว่านก็ไม่ใช่จะหาได้ง่าย ๆ  นอกจากจะมีวัดทำขึ้น  แต่หลายวัดที่สร้างพระสมัยนั้น  ไม่มีวัดไหนจะทำเนื้อว่านแบบ
นี้  ส่วนใหญ่เนื้อจะแกร่งเพราะแก่ปูน  ทั้งรูปแบบพิมพ์ก็ไม่ใช่  พระองค์นี้จะทำขึ้นก็มีแต่วัดช้างให้เท่านั้น  แต่ในรอบ
พ.ศ. 2500 - 2510  วัดไม่เคยสร้างพระเนื้อว่าน  จะมาเริ่มอีกครั้งก็ในปี 2524  ส่วนอาจารย์นอง  วัดทรายขาว
ก็จะสร้างแบบฝังตะกรุดเสียส่วนใหญ่

    อีกอย่างเนื้อหามวลสาร  ก็ป็นของวัดช้างให้ มีเม็ดแร่ขาว ดำ แดง  ด้านหลังมีแร่ประปราย  ก้อนเล็ก ๆ  ไม่เป็น
กระจุกแบบพระปลอมชอบทำกัน  มีแร่ที่เป็นสีขาวขุ่นประปราย  ด้านหลังเคยเป็นราขาวปกคลุมหนาทีบ  แต่ปัจจุบัน
โดนจับต้องไปมา ประกอบกับเนื้อที่ฉ่ำขึ้น ราเหล่านั้นหายไปจนหมดสิ้น  คงเหลือให้เห็นเพียงสีขาวจาง ๆ

     ก็เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจพระเนื้อว่านปี 2497  จะได้ศึกษาอีกแนวทางหนึ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 เมษายน 2020, 07:01:17 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #9 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 20:26:22 »

                            


         ภาพที่ 6    ปฏิมากรรมด้านหลังขององค์พระหลวงพ่อทวด  เนื้อว่าน  ปี 2497
              อลังการและสดสวยสุดบรรยาย   ดูให้ดี ๆ  อาจจะโชคดีจากริ้วรอยที่มองเห็น




                                  

       ที่เห็นเป็นเส้นขาว ๆ  คดโค้งไปมา  นั้นคือเส้นใยของราที่เคยแผ่ปกคลุมเต็มพื้นผิว
        เพราะเพียงแต่ต้องการอยากจะเห็นเนื้อหามวลสาร  ลูบเพียง 2-3  ครั้ง  โลกหลัง
        พื้นผิวด้านหลังหลวงพ่อทวดก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง



        ด้วยรอยยุบ แยก แตก ราน ผุพรุน  ประจานความเก่าแก่โบราณให้เห็นอย่างเด่นชัด
คราบไคลไขว่านที่กอดจับเป็นหย่อม ๆ  ร่องรอยสนิมเหล็กที่ผุกร่อน  แผ่รอยสนิมซึมซาบไป
รอบทิศทาง  ผนวกกับราขาวที่จับตัวแน่นหนาแผ่ริ้วรอยยึดโยงให้เห็นอย่างเด่นชัด กับประกาย
ยิบ ๆ ของแร่ที่เป็นผงฝอย  สร้างปฏิมากรรมที่เลิศหรู  ยากที่มนุษย์จะสรรค์สร้างขึ้นมาได้
นี่คือปฏิมากรรมของธรรมชาติอย่างแท้จริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน 2020, 20:55:46 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #10 เมื่อ: 01 เมษายน 2020, 21:21:49 »



   ขอบคุณเพื่อนฝูง  ที่มอบพระให้ถ่ายรูปด้านหลังมาโชว์  ภาพด้านหลังเป็นคนละองค์
กับพระที่โชว์ด้านหน้าข้างบน

    ลงให้ดูเพื่อให้เห็นว่า  สิ่งที่เป็นธรรมชาติ  หน้าตาจะเป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #11 เมื่อ: 02 เมษายน 2020, 06:46:07 »


                    


            นี่คือรูปถ่ายด้านหลังของพระภาพที่  1  แสดงริ้วรอยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ


       สิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้เห็น   คือรอยยุบ รอยราน และปุ่มปมต่าง ๆ  ส่วนที่เห็นเป็นสีขาว ๆ  นั้นคือเส้นใย
ของเชื้อราที่โยงใยปกคลุมอย่างแน่นหนา  สังเกตที่อยู่ตรงกลาง  จะเห็นเป็นรอยเรียบ  นั้นคือต้องการจะพิสูจน์
ว่า  เชื้อราสีขาว  ๆ  จะหลุดลอกได้หรือไม่   โดยใช้นิ้วกดและกวาดไป 1-2  ครั้ง  เชื้อราที่เคยปกคลุมขาวแน่น
อยู่จะหายไปทันที

        ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่า  ถ้าเป็นพระที่ใช้แล้ว  หรือเจ้าของจับต้องอยู่เป็นประจำ   เชื้อราขาว ๆ เหล่านี้ก็จะหาย
ไปหมดสิ้น  ถ้าไปเจอพระที่มีเชื้อราเกาะแน่น  ลูบไม่ออก  อันนี้ก็น่าจะไม่เป็นธรรมชาติแน่นอน

        พระองค์นี้มีอายุ   60   ปี  เป็นคนก็ได้เวลาปลดเกษียณพอดี     


    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 เมษายน 2020, 08:03:15 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #12 เมื่อ: 02 เมษายน 2020, 07:19:04 »



     ที่ลงข้อมูลมาทั้งหมดนั้น   เป็นข้อมูลของพระที่แก่ว่าน เนื้อหนึกนุ่ม
ต่อไปจะไปดูพระที่แก่ดิน  แก่ปูน  ลักษณะของเชื้อรา   คราบน้ำว่าน
ไขว่าน  น่าจะมีธรรมชาติเป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #13 เมื่อ: 02 เมษายน 2020, 09:31:59 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #14 เมื่อ: 03 เมษายน 2020, 10:25:42 »



         พักครึ่งเวลา   หันมาศึกษาอภินิหารของหลวงพ่อทวดกันบ้าง


ประวัติชาลส์ เดอโกลล์

จากหนังสือหัวเตียง ของ วิลาศ มณีวัต หน้า 28-33

        เมื่อเดือนก่อนมีนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งแวะมาหาผมที่สำนักงาน "สตูดิโอ เท็น" ถนนอรรถการประสิทธิ์ ตอนนั้นสิบโมงเช้าแล้ว
ผมกำลังนั่งดูเพื่อนฝูงเขาตัดต่อภาพยนตร์สารคดีท่องเที่ยว ชุด "ชีพจรลงเท้า" อยู่

        นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นั้นยังหนุ่มอยู่ หน้าตาหล่อเหลาเล่นหนังได้สบาย พอเขายื่นนามบัตรให้ผมก็นึกออกว่าเป็นใคร เพราะหลานผมซึ่ง
กำลังเรียนอยู่ที่ปารีสได้มีจดหมายฝากฝังมาก่อนแล้วว่าถ้าเจ้าหนุ่มคนนี้โต๋เต๋มาถึงบางกอกละก็ ขอให้ผมช่วยรับรองหน่อยเพราะเขามีบุญคุณ
เคยช่วยเหลืออุปการะหลานผมมากในปารีส

       นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นี้กำลังเขียนประวัติชาลส์ เดอโกลล์ ผู้นำคนสำคัญของฝรั่งเศส วิธีเขียนหนังสือของฝรั่งเศสนั้นเขาใช้เวลาค้นคว้ามาก
อ่านหนังสือกันเป็นตั้งๆ เท่านั้นยังไม่พอ ต้องออกเที่ยวสัมภาษณ์ใครต่อใครให้ยุ่งไปหมด แล้วเอาเรื่องราวทั้งหมดมาประติดประต่อกันเข้า
ภายหลังจากที่ได้สอบถามแล้วว่า เรื่องเล่าเหล่านั้นเชื่อถือได้

      เขาบอกว่า จากการสัมภาษณ์คนสนิทของนายพลเดอโกลล์ เขาได้ทราบว่า เมืองไทยมีพระดีอยู่องค์หนึ่ง และตอนที่เดอโกลล์ถูกยิงด้วยปืนกล
กระสุนปืนกลถูกรถพรุนไปทั้งคัน แต่เดอโกลล์ก็รอดตายมาได้อย่างมหัศจรรย์

     "ภริยาของเดอโกลล์เชื่อว่า เดอโกลล์รอดตายครั้งนั้นเพราะพระผู้มีอภินิหารยิ่งใหญ่ในเมืองไทยได้เสด็จไปช่วยชีวิตไว้" เขาบอก

     นักเขียนฝรั่งเศสคนนี้เขาเล่าต่อไปว่า เขาเองไม่เชื่อในเรื่องอภินิหารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีใจกว้างยินดีที่จะรับฟัง เขาจึงได้ไปที่สถานเอกอัครราชทูตไทย
ในปารีส สอบถามคนไทยที่นั่นว่าเคยได้ยินเรื่องพระไทยสำแดงอิทธิฤทธิ์ไปช่วยชีวิตประธานาธิบดีเดอโกลล์หรือเปล่า

     ไปถามทีแรกไม่มีใครรู้เรื่อง

เขาจึงไปอีกหนหนึ่ง คราวนี้พบผู้หญิงไทย เธอคงจะเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงบอกกับเขาว่า "พระที่มีอภินิหารองค์นี้ชื่อหลวงพ่อเทิด
อยู่ทางส่วนใต้ของประเทศไทย" นี่เป็นคำเล่าของนักเขียนฝรั่งเศส

      ผมฟังแล้วก็รู้ทันทีว่า เขาจำชื่อผิด ที่ถูกควรจะเป็นหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี ผมเป็นลูกปักษ์ใต้ผมทราบดี

นักเขียนคนนี้อุตส่าห์บินมาเมืองไทย ก็เพื่อจะถ่ายภาพหลวงพ่อทวดเอาไปลงประกอบในหนังสือประวัติเดอโกลล์ที่เขาเขียนจวนจะเสร็จแล้ว

ผมบอกว่าหลวงพ่อทวดมรณภาพไปนานแล้ว เวลานี้มีแต่พระเครื่อง ถ้าจะถ่ายรูปก็ต้องถ่ายพระเครื่อง ซึ่งคนไทยนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก
เคยช่วยชีวิตคนมามากแล้ว

บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #15 เมื่อ: 03 เมษายน 2020, 10:33:45 »


       แต่บอกตรงๆ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าหลวงพ่อทวดรู้จักนายพลเดอโกลล์ได้อย่างไร

คุยกันอยู่ครู่ใหญ่ๆ หมดน้ำชาไปกาหนึ่ง นักเขียนฝรั่งเศสบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว จะขอเดินทางไปปัตตานี ไปถ่ายภาพวัดช้างให้
และจะสัมภาษณ์พระในวัดหรือชาวบ้านบางคนด้วย

      "มันเป็นเรื่องน่าสนใจ" เขาว่า "คนฝรั่งเศสเองที่เชื่อในเรื่องของอภินิหารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย"ก็เลยผมต้องพาเขาไปปัตตานี

ไปเจอะเอาเพื่อนจุฬาฯ รุ่นก่อนผมปีหนึ่ง เขาเคารพนับถือสมเด็จหลวงพ่อทวดมาก เขาจึงให้หนังสือเล่มเล็กๆ ผมมาเล่มหนึ่งชื่อ"อภินิหารสมเด็จหลวงพ่อทวด"
ผมจึงได้แปลพอเป็นเลาๆ ให้นักเขียนฝรั่งเศสฟังว่า

       ในราว พ.ศ. ๒๕๐๔ หรือ ๒๕๐๕ นี่แหละ ได้มีการปลุกเสกสมเด็จหลวงพ่อทวดฯ ทางวัดได้ส่งพระเครื่องจำนวนหนึ่ง มาให้จอมพลสฤษฎ์ ธนะรัชต์
เพื่อแจกจ่ายให้แก่นายทหารใกล้ชิดบางคน  ในจำนวนนายทหารไม่กี่คนที่ได้รับแจกพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดฯ นี้ มีพลโทอำนวย ชัยโรจน์
ทูตทหารบกประจำฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง พลโทอำนวย ชัยโรจน์ได้รับแจกไปสององค์ ก็เลยได้นำติดตัวไปฝรั่งเศสด้วย

       ระหว่างอยู่ที่ปารีส ทูตทหารบกประจำฝรั่งเศสผู้นี้ได้เข้าพบประธานาธิบดีเดอโกลล์ และเนื่องจากมีความนิยมในตัวของเดอโกลล์อยู่แล้ว
จึงได้มอบพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดฯ ให้แก่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสไปองค์หนึ่ง พร้อมกับอธิบายให้เดอโกลล์ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวดว่า
ถ้าอาราธนานึกถึงด้วยความเคารพละก็ อาจสามารถเสด็จไปช่วยได้เวลามีภัยมาถึงตัว ถึงอยู่ฝรั่งเศสก็เสด็จไปถึงได้ เพราะในโลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์นั้น
ลัดนิ้วมือเดียวกะพริบตาทีเดียวก็ไปถึงฝรั่งเศสแล้ว

       เมื่อได้พระสมเด็จหลวงพ่อทวดฯ ไปแล้ว ประธานาธิบดีเดอโกลล์ก็พกติดตัวไปด้วยทุกหนทุกแห่ง

       ผมปะติดปะต่อเรื่องเอาเองได้ความว่า ต่อจากนั้นไม่กี่เดือนก็เกิดเหตุการณ์ระทึกใจ กล่าวคือเดอโกลล์ผู้เข้มแข็งได้ถูกพวกใ-ต้-ดิ-นคณะหนึ่งระดมยิงด้วยปืนกล
ในระหว่างที่อยู่ในรถยนต์กับภริยาในกรุงปารีส เป็นที่น่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง กระสุนปืนกลถูกรถพรุนไปทั้งคัน การยิงก็อยู่ในระยะกระชั้นชิดมาก
แต่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

       เดอโกลล์เงียบ.....ไม่ได้วิจารณ์

       แต่ภริยาของท่าน บอกกับเลขานุการว่า เธอเชื่อเหลือเกินว่าสามีรอดตายเพราะสมเด็จหลวงพ่อทวดฯ ได้เสด็จไปช่วยชีวิตไว้เพราะเธอเป็นคนอธิษฐาน
พอได้ยินเสียงรัวปืนกลเธอก็นึกขอให้พระเสด็จไปช่วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน 2020, 10:49:58 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #16 เมื่อ: 03 เมษายน 2020, 10:47:27 »



       นักเขียนฝรั่งเศสได้สัมภาษณ์พระที่วัดช้างให้ และสัมภาษณ์ชาวบ้านอีกสองสามคน

ผมส่งเขาขึ้นเครื่องบินกลับปารีสไปแล้ว  ปลายปีนี้หนังสือประวัติเดอโกลล์ของเขาก็คงจะออกวางจำหน่าย
เขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะต้องส่งมาให้ผมหนึ่งเล่ม

       เรื่องของอภินิหารแบบนี้ ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะไม่เชื่อ

ผมเองเมื่อหนุ่มๆ ก็ไม่ค่อยจะเชื่อหรอก แต่พอหนุ่มน้อยลงก็เริ่มจะเชื่อเข้าบ้างแล้ว

เมื่อเชื่อแล้วก็ไม่อยากทำบาปเห็นใครทำบาปก็ให้นึกสงสาร

ใครด่าทีสองที.....เริ่มจะไม่โกรธ มีแต่สงสารและเมตตา


"คัดลอกมาจากอภินิหารหลวงพ่อทวด  เว็บพลังจิต  ขอขอบคุณ"
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #17 เมื่อ: 03 เมษายน 2020, 11:29:50 »



      


   ใครที่กำลังมองหาว่า  หน้าตาของคราบไคลไขว่าน  ที่ก่อเกิดปฎิมากรรมธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถ
ทำให้เหมือนได้   หน้าตาจะเป็นเช่นไร  ลองพิจารณาพระองค์นี้ให้เข้าใจ  นี่คือปฏิมากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ
น้ำว่านไหลซึมซาบไปบนองค์พระ  ซอกซอนไปตามร่องรอยขององค์พระ  เนื้อพระก็จะอับชื้น  เชื้อราก็
จะเริ่มปรากฏขึ้น    และขยายเผ่าพันธ์แผ่ปกคลุมจนหนาแน่น  หลายวันเข้าก็จะจับตัวเป็นก้อน แน่นแข็ง
จนขูดลบไม่ออก

      ขณะเดียวกันก็จะปรับเปลี่ยนเนื้อพระ   ที่เคยราบเรียบให้กลายเป็นพระที่มีเม็ดเล็กเม็ดน้อย  ผุดขึ้นบน
เนื้อพระกระจายอยู่ทั่วไป  หรือเป็นหย่อม ๆ  บางคนอาจจะเรียกว่าเนื้องอก  มีตั้งแต่เม็ดเล็กกระจิด ๆ เป็น
กลุ่มมองเกือบไม่เห็น  จนถึงเม็ดโต ๆ  ที่มองเห็นได้ชัดเจน  มักจะเกิดขึ้นตรงที่น้ำว่านไหลผ่าน  หรือตรงแอ่ง
ที่น้ำว่านลงไปขังอยู่  สังเกตให้มาก ๆ ก็จะเห็นได้เด่นชัด

     หลวงพ่อทวดเนื้อว่านปี  2497  ก็มีคลาบไคลในลักษณะนี้แหละ  ถ้าคนทำขึ้น   ก็คงจะเป็นเนื้อแข็ง ๆ
เอามาพอกลงบนเนื้อว่าน   ดูดี ๆ ก็จะมองเห็นรอยต่อที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกันกับองค์พระ

     ลงไว้ให้ดูเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน 2020, 11:39:24 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #18 เมื่อ: 07 เมษายน 2020, 08:05:58 »

  


          

          


    หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ปี 2497  เนื้อแกร่งปูน   ผิวสีเทา
     แท้แน่นอน  แต่เป็นหลวงพ่อทวด  2  หน้า


        หลวงพ่อทวด  2  หน้า  น่าจะมีองค์เดียวนี้   เหตุคงเกิดจากตอนพิมพ์พระ   ใส่ส่วนผสมลงไปแล้ว
คงไม่ได้สัดส่วน  ทำให้เนื้อแห้งไป  หรือมีปัญหาที่แม่พิมพ์   พิมพ์พระขึ้นมาแล้วทำให้เนื้อส่วนหนึ่งของใบหน้า
ติดค้างอยู่ในพิมพ์  ไม่ติดขึ้นมาด้วย  เลยกลายเป็นพระที่ชำรุดที่บริเวณปาก  (พระแหว่งแบบนี้เคยพบเจอหลายองค์)
เจ้าของเดิมที่ได้มาคงจะมองดูแล้วไม่สวยงาม   จึงเอาเนื้อว่านมาแปะปิดไว้   แล้วเขียนปากพระขึ้นมาใหม่
ก็เลยกลายเป็นพระ 2  หน้า  คนที่เคยชินหน้าหลวงพ่อทวด  ก็เลยไม่รู้จักท่านไปเลย  เลยกลายเป็นพระแปลก

         สังเกตให้ดี   พระองค์นี้พิมพ์คลั่งที่ใช้พิมพ์พระยับเยินมากแล้ว   ปรากฏรอยแตกของแม่พิมพ์เกิดขึ้น
หลายที่  อาจจะเป็นสาเหตุที่พระองค์นี้ถอดพิมพ์ออกมาแล้วจึงไม่สมบูรณ์  เขาลือกันว่า  ถ้าเจอหลวงพ่อทวด
ปี 2497   ที่มีเส้นแตกแบบนี้  ให้เป็นพระแท้ได้เลย  เพราะพระปลอมส่วนใหญ่แล้วจะเน้นพระสวย

         พระแบบนี้คงซื้อขายไม่ได้   ถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติให้แหว่งวิ่นตามเดิม  อาจจะมีราคามากกว่า
เป็นธรรมชาติมากกว่า  แต่ตอนนี้พระองค์กลายเป็นพระแต่ง พระซ่อม หมดราคาไปทันที

         แต่พระองค์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขาย.......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 เมษายน 2020, 10:57:11 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #19 เมื่อ: 07 เมษายน 2020, 08:06:38 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 130291
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14,977


« ตอบ #20 เมื่อ: 07 เมษายน 2020, 09:02:26 »



ต่อหลวงพ่อทวดพิมพ์  2  หน้า

   พระองค์นี้ผ่านการใช้และจับต้องมาเยอะ   ทำให้คลาบไคลต่าง ๆ   ลบหายไปจำนวนมาก
แต่ก็คงจะพอให้เห็นตามซอกพระ  รอยน้ำว่านและรอยเชื้อราที่จับตัวแน่นหนาอยู่ แบบเป็น
ธรรมชาติ  หมายถึงไม่ได้เป็นก้อนแข็ง ๆ ที่เขาทาทับไว้ในพระปลอม

  ปฎิมากรรมล้ำเลิศของพระองค์นี้    ต้องดูที่แผ่นหลัง  ที่จะมีประกายยิบ ๆ  ของสีทอง และ
สีเงินเม็ดเล็ก ๆ   สะท้อนหยอกล้อแสงไฟ  เหมือนดาวฤกษ์บนท้องฟ้าที่ระยิบระยับหยอกล้อ
กับดาวพระเคราะห์นับหมื่นนับแสนดวง  ที่มีสีดำ สีขาว สีแดง  กระจัดกระจายอยู่บนแผ่นฟ้า
งดงามเสียจริง ๆ


    มวลสารจริง ๆ  ของหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  ต้องเป็นลักษณะนี้  คือเป็นเม็ดสีขาว ดำ แดง
กระจายอยู่ทั่วองค์  และแผ่นหลัง  เรามักจะชินตากับแร่เม็ดใหญ่ ๆ  ที่เอามาโรยไว้หลังพระ
เป็นกระจุกใหญ่ ๆ  ซึ่งแร่พวกนี้คือแร่หินเขี้ยวหนุมาน   มีมากแถวภาคใต้  ของตาก็มีทั้งก้อนเล็ก
ก้อนใหญ่  ทั้งที่เป็นแท่ง ๆ แต่น่าเสียดายที่เด็ก ๆ ขนไปหมดแล้ว (เหมือนในหนังเรื่องซุปเปอร์แมน)

    แร่นี้จะมีแสงแว้บวับเมื่อล้อกับแสงไฟ  พวกสร้างหลวงพ่อทวดปลอมชอบใส่กันมาก  เพราะเขา
บอกกันว่าหลังหลวงพ่อทวดต้องมีแร่เหล่านี้  จริงไม่จริงไม่ขอยืนยัน   แต่ก็เห็นว่าในหลวงพ่อทวด
ที่เขาพิมพ์ลงในตำราดูหลวงพ่อทวด   ก็จะเห็นแร่พวกนี้เป็นกลุ่ม ๆ อยู่จริง ๆ

    หลวงพ่อทวดนี้ก็แปลก    สร้างที่ปักษ์ใต้  ในวัดที่ห่างไกล การเดินทางทุรกันดาร  (สมัยนั้น)
แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหลวงพ่อทวดที่ได้รับการยกย่องเป็นปรมาจารย์  กลับเป็นเซียนพระในกรุงเทพ
ทั้ง ๆ ที่ภาคใต้ก็มีนักเลงพระอยู่ทั่วไป  และมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยสองตาที่วัดช้างให้

    แต่ก็อย่างว่าแหละ.....เซียนกรุงเทพ  กับเซียนภาคใต้  เล่นพระไม่เหมือนกัน    อาจจะเป็นแบบว่า
ที่เซียนภาคกลางว่าของแท้  แต่เซียนทางใต้ว่าของปลอม  ที่เซียนทางใต้ว่าของแท้   เซียนภาคกลาง
อาจจะว่าของปลอม

    นี่แหละคือหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  ปี 2497


  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 เมษายน 2020, 11:01:07 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #21 เมื่อ: 13 เมษายน 2020, 09:28:30 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #22 เมื่อ: 14 เมษายน 2020, 09:01:22 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #23 เมื่อ: 15 เมษายน 2020, 08:59:20 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
sutep123
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 37229
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,502


« ตอบ #24 เมื่อ: 22 เมษายน 2020, 09:07:45 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Loading...
แท็ก:
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เว็บไซต์ในเครือข่ายอภิโชค "เว็บมหาชน คนมหาโชค"
คติ "กินอยู่อย่างพอเพียง เสี่ยงโชคแต่พอควร"
ข้อมูลในเว็บนี้ใช้ประกอบเสี่ยงโชคสำหรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ไม่สนับสนุนหวยที่ผิดกฏหมาย
คำเตือน -ทางเว็บไม่ได้ทราบเป็นการล่วงหน้าว่าหวยทางกองสลากจะออกตัวไหน แต่เราใช้การวิเคราะห์หรือประเมินตามหลักสถิติ
หรือวิธีการอื่นว่า เลขที่มีโอกาสออกมากที่สุดในแต่ละงวดควรจะเป็นเลขอะไรเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ การเล่นหวยถือว่ามีความเสียงมาก


Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap
เว็บพูดคุยเรื่องหวย-คำนวณหวยไทยอันดับ1 Community Lottery of Thailand 1st เว็บหวยมหาชน คนมหาโชค อภิโชคออนไลน์ เลขดัง หวยเด็ด อภิโชค เว็บคำนวณหวยไทย แหล่งรวมเลขเด็ด วิเคราะห์เลขรวย หวยรัฐบาล หวยเด็ด เลขเด่น หวยบนดิน ตรวจหวย
"ติดต่ออภิโชค-ลงโฆษณา-ทำเว็บ-แจ้งปัญหาการใช้งาน"
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.845 วินาที กับ 23 คำสั่ง
Copyright (c) 2008-2020 apichokeonline.com