อภิโชค เลขเด็ด หวยดัง หวยเด็ด เว็บหวยออนไลน์ คำนวณหวยบนดิน
10 ธันวาคม 2016, 21:40:26 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ผลสลากฯงวด 1 ธันวาคม 2559
รางวัลที่1: 086069
รางวัลเลขท้าย2ตัว: 77
รางวัลเลขหน้า3ตัว: 513-873 เลขท้าย3ตัว: 148-450

ผลงานห้อง Super VIP (งวด1ธ.ค.59)
อ.janya ถูกสามตัวตรงๆ 069 และสองตัว 69
อ.sorn_bu ถูกตรง 69 สองตัว รว.ที่๑

   หน้าแรก   หวยรัฐบาล SUPER VIP ช่วยเหลือ ปฏิทิน แท็ก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
 
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลากหลายสาระ..น่ารู้...พระเครื่องเมืองใต้  (อ่าน 120250 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« เมื่อ: 05 มีนาคม 2014, 11:41:01 »

                          

                   หลวงพ่อทวดวัดยะหาประชาราม  อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา


     เปิดหัวข้อขึ้นมา  เพื่อเพื่อน ๆ  นักสะสมพระเครื่องท่านใดที่มีเวลาว่าง ๆ  ได้นำพระดี ๆ  แต่มักจะถูกมองข้าม  มาลงบันทึกไว้เพื่อประกาศเกียรติคุณของหลวงพ่อ  ให้เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางยิ่งขึ้น  เพราะเท่าที่ตระเวณดูตามกระทู้ต่าง ๆ  มักจะมีแต่พระราคาแพง ๆ  ซึ่งสังคมนักนิยมพระเครื่องส่วนมากมักจะมองว่า  พระดีคือพระที่มีราคาแพง ๆ  ส่วนพระราคาถูก ๆ มักจะเป็นพระที่ไม่ดี  ทั้ง ๆ ที่พระจะดีหรือไม่ดีไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นเกณฑ์     ราคาไม่ใช่เป็นตัวตัดสินพุทธคุณของพระ  เพราะราคาพระนั้นความจริงแล้วเป็นเพียงธุรกิจที่พ่อค้าเขากำหนดขึ้นมาเท่านั้น

     เปิดกระทู้ด้วยพระดีที่น่าเลื่อมใสศรัทธา   แต่ราคาเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น

     พระเนื้อว่านหลวงพ่อทวดวัดยะหาประชาราม  อำเภยะหา  จังหวัดยะลา  พระองค์ที่นำลงมาให้ชมนี้เป็นพิมพ์พิเศษ  แก่ว่าน  สร้างน้อยมาก  เนื้อหาจึงสุดสวย  มีคราบว่านไหลซึมอาบทั่วองค์พระอย่างเป็นธรรมชาติ
ว่านที่นำมาสร้างพระองค์นี้ก็เป็นว่านเดียวกับที่สร้างพระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  2497  เนื้อหาของพระองค์นี้จึงมีมวลสาร และคราบว่านเหมือนหลวงพ่อทวด 2497  ที่สามารถจะนำไปเป็นองค์ครูศึกษาหาหลวง
พ่อทวดวัดช้างให้  2497  ที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันนี้   ได้เป็นอย่างดี

     ตามความเป็นจริง   หลวงพ่อทวดวัดยะหาประชาราม  เป็นที่รู้จักกันแล้วอย่างกว้างขวางในหมู่นักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ  แต่ค่านิยมอาจจะยังไม่หวือหวาเหมือนวัดอื่น ๆ  พระเครื่องรุ่นนี้สร้างขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2503  ห้าสิบกว่าปีมาแล้ว  โดยหลวงพ่อเซี่ยง  เจ้าอาวาสวัดยะหาประชารามสมัยนั้นได้ดำริให้มีการสร้างขึ้น  หลวงพ่อเซี่ยงเป็นพระเกจิอาจารย์ที่คนในท้องถิ่นให้ความเคารพนับถือมาก  การพุทธาภิเษก
พระในสมัยก่อน   แถวจังหวัดยะลา ปัตตานี  นราธิวาส  และจังหวัดสงขลา  หลวงพ่อเซี่ยงจะเป็นเกจิรูปหนึ่งที่ขาดเสียมิได้  จะต้องมีท่านไปร่วมในพิธีทุกครั้งไม่ว่าวัดใดจะจัดพิธีขึ้น  ความศักสิทธิ์ของท่านยังมี
อยู่ตลอด   แม้หลังจากท่านมรณภาพแล้ว   ดังจะเห็นได้จากทางวัดได้จัดทำเหรียญที่ระลึก  เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพขึ้น    ปรากฏว่าเหรียญดังกล่าวเป็นที่แสวงหากันมากสำหรับคอไก่ชน  เป็นที่ฮือฮา
ว่าถ้าอยากจะให้ไก่ชนของตนชนะ   ต้องอาราธนาเหรียญดังกล่าวติดตัวไปด้วย  จนคนทั่ว ๆ ไปเรียกท่านว่า "หลวงพ่อไก่ชน"

    ก่อนจะจัดสร้างหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ขึ้น  หลวงพ่อเซี่ยงได้จัดสร้างพระอื่น ๆ มาแล้วตั้งแต่ปี 2490  กว่า ๆ  หลายแบบพิมพ์  แต่ไม่ได้บันทึกไว้ชัดเจนจึงสืบเสาะไม่ได้  ที่ยังปรากฏหลักฐานอยู่ก็เป็นพระพุทธชินราช
เนื้อดินผสมข้าวก้นบาตร  องค์เล็ก ๆ ซึ่งสร้างเมื่อปี 2496  ปัจจุบันพระรุ่นนี้ไม่มีที่วัดอีกแล้ว  ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่เคารพศรัทธาในองค์หลวงพ่อหมดสิ้น  อยู่ในมือใครต่างก็หวงแหนเก็บไว้เป็นสมบัติของตระกูล
พระเครื่องรุ่นนี้จึงไม่มีหมุนเวียนในท้องตลาด  กลายเป็นพระเครื่องที่ถูกลืมไปโดยปริยาย

    พระเครื่องหลวงพ่อทวด ปี 2503  สร้างขึ้น  2  พิมพ์   คือพิมพ์ใหญ้่ (ตามภาพข้างบน)  และพิมพ์เล็กรูปสามเหลี่ยมทรงสูง  แต่พิมพ์เล็กสร้างน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่มาก  พระเครื่องรุ่นนี้สร้างจากว่านที่เหลือ
จากการสร้างหลวงพ่อทวด ปี 2497  บางส่วน  และว่านที่หามาเพิ่มเติม  ก็เป็นว่านชนิดเดียวกัน   เพราะคนที่จัดหาว่านก็คือพ่อท่านแสง  แห่งวัดตาชี  อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา  เจ้าตำหรับว่านที่มีความ
รอบรู้เรื่องว่านสารพัดชนิด  และเป็นผู้หาว่านสร้างหลวงพ่อทวดที่วัดช้างให้ด้วย

    นอกจากว่านแล้ว  ก็ยังนำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์และดอกไม้บูชาพระจากวัดต่าง ๆ เกือบทั่วประเทศ  รวมทั้งวัดดัง ๆ ในกรุงเทพ ฯ  กดพระเสร็จแล้วก็ทำพิธีพุทธาภิเษก  4 วัน 4 คืน  มีเกจิอาจารย์ดัง ๆ เข้าร่วม
พิธีมากมาย  เช่น หลวงพ่อทิม  วัดช้างให้  หลวงพ่อดำ วัดตุยง  หลวงพ่อฉิ้น  วัดเมืองยะลา  เป็นต้น

    จึงนับได้ว่าพระรุ่นนี้  เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่อาจจะถูกเรียกว่า  พระดี ๆ ที่มักจะถูกลืม  ใครที่มีอยู่แล้วก็ขอให้เก็บไว้ให้ดี  พุทธคุณของท่านยอดเยี่ยมแน่นอน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม 2014, 09:43:40 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า

numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #1 เมื่อ: 05 มีนาคม 2014, 13:35:30 »

                                   


      หลวงพ่อทวดวัดยะหาประชาราม    ปี  2503  พิมพ์เล็ก   เป็นพิมพ์ที่ผสมดินดำกากยายักษ์มากกว่าว่าน   เนื้อแข็งตึง  ไม่เหี่ยวย่น
ดินดำกากยายักษ์ถือเป็นดินที่ศักดิ์สิทธิ์  มีอยู่แห่งเดียวคือที่ตำบลลำพยา  อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา  การสร้างพระเครื่องเนื้อว่านให้ศักดิ์ศิทธิ์
จะขาดดินดำกากยายักษ์ไม่ได้โดยเด็ดขาด
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #2 เมื่อ: 05 มีนาคม 2014, 13:56:30 »

                        

                   หลวงพ่อทวดวัดตานีสโมสร  จังหวัดปัตตานี


    พระดี ๆ ที่มักจะถูกมองข้ามอีกแหล่งหนึ่ง   คือหลวงพ่อทวดวัดตานีสโมสร  เป็นหลวงพ่อทวดที่จัดสร้างขึ้นเมื่อปี  2505   หลากหลายแบบพิมพ์เหมือนกัน
แต่สำหรับเนื้อว่านจะมีสามพิมพ์  ใหญ่ กลาง เล็ก  พิมพ์ที่นำลงนี้เป็นพิมพ์ใหญ่  สมัยนั้นเขาลือกันว่าทางวัดตานีสโมสร  จะจัดสร้างพระรุ่นนี้ขึ้น    แล้วจะนำไปเข้าพิธี
พุทธาภิเษกที่วัดช้างให้ด้วย  แต่ตอนหลังมีปัญหาบางประการ จึงเปลี่ยนความตั้งใจ  มาจัดพิธีพุทธาภิเษกที่วัด  มีอาจารย์ดัง ๆ เข้าร่วมพิธีคับคั่ง  รวมทั้งหลวงพ่อทิม
วัดช้างให้  และที่ขาดไม่ได้คือหลวงพ่อเซี่ยง  แห่งวัดยะหาประชารามด้วยเช่นกัน  

    พระรุ่นนี้สร้างด้วยเนื้อว่าน  เป็นประเภทแก่ว่าน แต่ก็แกร่งด้วยปูน  โดยมีว่านบางส่วนจากวัดช้างให้มาเป็นส่วนผสม  เนื้อพระจึงดูหนึกนุ่ม  คราบไขว่านที่ไหล
อาบองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  จะเป็นลักษณะฟองสบู่  ผุดคลักขึ้นมาแล้วแตกตัวออก  ทำให้เหลือเกาะจับอยู่ทีองค์พระสวยงาม  ส่องดูแล้วชื่นใจจริง ๆ
เพราะเก่า ๆ แบบนี้หาดูได้ยากอีกแล้ว   โดยเฉพาะพระรุ่นนี้ถ้าใครมีโอกาสและชอบพระเนื้อว่าน   ก็น่าจะเสาะแสวงหาไว้ศึกษาเป็นต้นแบบพระเนื้อว่านได้เป็น
อย่างดี

    ที่สำคัญพุทธคุณไม่ด้อยกว่าสำนักใด ๆ เลยทีเดียวละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มีนาคม 2014, 16:12:01 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #3 เมื่อ: 05 มีนาคม 2014, 15:57:41 »

              

                                          


                          พระขุนแผนพิมพ์สดุ้งกลับ  วัดหลักห้า อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา

    ของดี ๆ อีกวัดหนึ่งซึ่งมักจะถูกมองข้าม  คือพระพิมพ์ของวัดหลักห้า  อ.เมือง  จ.ยะลา  จัดสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503  ด้วยความพิถีพิถัน  และผ่านการ
ปลุกเสกและพุทธาภิเษกมาอย่างเต็มที่   เรียกว่าบรรจุพลังกันอย่างเต็มเปี่ยมทีเดียว

     วัดหลักห้า  จังหวัดยะลา  เดิมทีเป็นสำนักสงฆ์  ตั้งอยู่ใจกลางของชุมชนชาวมุสลิม    เป็นวัดชนบท  ห่างจากตัวเมืองประมาณ  10  ก.ม.  เป็นวัดที่ได้รับการพัฒนา
มาตลอด  และสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนชาวมุสลิมได้เป็นอย่างดี  ยิ่งในสมัยอาจารย์ทองเป็นเจ้าอาวาส  พุทธกับสมุสลิมจะอยู่กันแบบพี่น่้อง   อาจารย์ทองเป็นเกจิอาจารย์
ที่มากด้วยวิทยาคม   เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา  ไม่เฉพาะแต่ชาวพุทธ  แม้ชาวมุสลิมก็จะเดินเข้าไปหาท่านถึงกุฎิ  เจ็บไข้ ไม่สบาย  มีปัญหาเดือดร้อนก็จะเข้าไปหา พูดคุย
ขอคำปรึกษา  สนิทสนมกลมเกลียว  แม้มีงานวัดก็จะมีมุสลิมเข้ามาช่วยงาน  อาจารย์ทองเองก็สร้างวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่แสวงหาของผู้เลื่อมใสศรัทธาหลาย
รายการเช่นกัน

     สำหรับพระที่นำลงให้ชมในวันนี้  เป็นพระที่สร้างสมัยที่วัดนี้ยังเป็นสำนักสงฆ์  มีหลวงพ่อแดง  เป็นเจ้าอาวาส  และผู้สร้างพระรุ่นนี้ก็คือหลวงพ่อดำ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
จัดทำขึ้นหลายพิมพ์   เช่น พิมพ์ขุนแผน  พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ พิมพ์พระสมเด็จ  เป็นต้น  จะได้นำพระพิมพ์ต่าง ๆ ให้ชมในโอกาสต่อไป

     พระรุ่นนี้มีส่วนผสมของคราบไคลเจดีย์ที่ดัง ๆ ทั่วประเทศ  ผงศักดิ์สิทธิ์จากเกจิอาจารย์ต่าง ๆ  ในจังหวัดสงขลา พัทลุง ปัตตานี  รวมทั้งผงว่านจากการสร้างหลวงพ่อ
ทวดวัดช้างให้  และยังมีดินเหนียวสมัยศรีวิชัย  ซึ่งได้มาจากพระพิมพ์ดินดิบในถ้ำวัดถ้ำ(วัดคูหาภิมุข) จังหวัดยะลา  (พระในถ้ำวัดถ้ำยะลา  สร้างสมัยศรีวิชัย เก็บไว้ในถ้ำลึก
ไม่ผ่านการเผา  เมื่อนำขึ้นมากระทบอากาศภายนอก  จึงละลายแตกหักใช้การไม่ได้)  เนื้อหาของพระจึงแกร่ง  สีน้ำตาลเข้ม เกือบดำ (เป็นสีผสมระหว่างว่านสีดำ  กับดิน
เหนียววัดถ้ำสีน้ำตาล)  พระพิมพ์นี้ไม่มีน้ำว่าน และไม่ขึ้นรา  เพราะแก่ดินมากนั้นเอง

     ส่วนการประกอบพิธี   ก็ได้อาจารย์ชุม ไชยคีรี   เจ้าตำหรับอาจารย์ที่สร้างพระหนังเหนียว  ท้าพิสูจน์โดยการใช้ดาบฟันตามร่างกายให้เห็นกันจะจะ  จะเห็นเพียงรอยจ้ำ
เท่านั้น  พระที่อาจารย์ชุมสร้างจึงเป็นที่เสาะแสววงหากันมาก

     พิธีพุทธาภิเษก   มีถึง  4  ครั้ง  ดังนี้

           1.  ปี  2504   พ่อท่านคล้าย  วัดสวนขัน  ปลุกเสกให้ที่วัดเมืองยะลา
           2.  ปี  2505   นำเข้าพิธีปลุกเสกพิธีใหญ่  ร่วมกับหลวงพ่อทวดพิมพ์เตารีดที่ดังสนั่นอยู่เวลานี้  ที่วัดช้างให้
           3.  ปี  2506   นำเข้าพิธพุทธาภิเษกร่วมกับหลวงพ่อทวด  วัดเมืองยะลา
           4.  ปี  2507   นำเข้าร่วมในพิธีปลุกเสกหลวงพ่อไกร  วัดลำพยา

     แทบไม่ต้องกล่าวถึงความขลังของพระรุ่นนี้  ที่เข้าร่วมพิธีใหญ่ ๆ ร่วมกับพระดัง ๆ ทั้งนี้น  แล้วยังมีหลวงพ่อระดับเกจิอาจารย์ชั้นยอด เข้าร่วมปลุกเสก
เช่น  หลวงพ่อทิม  วัดช้างให้  หลวงพ่อดำ  วัดหนองจิก  หลวงพ่อฉิ้น  วัดเมืองยะลา  พ่อท่านคล้าย  อาจารย์ชุม   ฯลฯ

     นี่เป็นพระดี ๆ อีกพิมพ์ซึ่งคนมักจะมองข้าม   ใครยังไม่มีก็เสาะแสวงหามาเก็บไว้  พระดี ๆ อย่างนี้หายากสุด ๆ จริง ๆ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มีนาคม 2014, 16:08:38 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #4 เมื่อ: 05 มีนาคม 2014, 20:54:41 »

                        


        ภาพนี้นำมาจากเว็บไซด์แห่งหนึ่ง  ขอขอบคุณเจ้าของภาพและเว็บไซด์ไว้ ณ ที่นี่ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม 2014, 19:41:13 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #5 เมื่อ: 06 มีนาคม 2014, 09:57:30 »


                                
                                


                                         เหรียญหลวงปู่แสง  วัดตาชี  อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา

     บันทึกความดีของพระผู้อยู่เบื้องหลัง  และมักจะไม่ได้รับการกล่าวขาน  หลวงปู่แสง  วัดตาชี  ผู้เชี่ยวชาญเรื่องของว่านยาสารพัด  เป็นผู้จัดหาและคัดเลือกว่านส่วนหนึ่ง
ที่นำไปใช้สร้างหลวงพ่อทวด  ปี 2497  และหลวงพ่อทวดวัดยะหาประชาราม  ปี 2503  เพื่อให้พระเนื้อว่านที่จัดสร้างมีความเข้มขลังจากความศักดิ์สิทธิ์ของว่าน  ซึ่งว่าน
แต่ละชนิดมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวเอง  เมื่อนำมาผสมรวมกันก็จะเพิ่มความเข้มขลังยิ่งขึ้น  รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้เป็นยาได้ด้วย  ซึ่งปรากฏว่าหลวงพ่อทวดว่าน ปี 97
ถูกชาวบ้านนำไปฝนกับน้ำทำเป็นยาเสียจำนวนมาก

           ........ภาพทุกภาพที่ใช้ประกอบในบทความกระทู้นี้  ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ  จึงไม่คมชัดเท่าที่ควร.....  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มีนาคม 2014, 11:19:22 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #6 เมื่อ: 06 มีนาคม 2014, 11:35:08 »

                        

          พระพุทธเจ้าห้าพระองค์  วัดหลักห้า  จังหวัดยะลา  สร้างปี  2503  พิธีเดียวกันกับพิมพ์ขุนแผน


    พระพิมพ์นี้สร้างจากดินเหนียวสมัยศรีวิชัย  จากวัดถ้ำยะลา  ผสมว่านบางส่วน  เนื้อออกสีน้ำตาลอ่อน ๆ    และมีคราบว่านปรากฏให้เห็นบ้าง
ตามซอกองค์พระ  ขนาดใกล้เคียงกับพระพิมพ์สมเด็จ   เป็นอีกพิมพ์หนึ่งที่มีความสวยงาม และเข้มขลังด้วยพิธีกรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มีนาคม 2014, 11:40:36 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #7 เมื่อ: 06 มีนาคม 2014, 12:37:34 »



                                                       
                                                       
                                                       


                                    เหรียญหลวงปูทอง  วัดหลักห้า  จังหวัดยะลา  สร้างที่ระลึกอายุครบ  95  ปี  เมื่อปี  2542 

       หลวงปู่ทองเป็นเจ้าอาวาส  และเป็นผู้สร้างวัดหลักห้าขึ้นมา  ในที่ดินที่ท่านได้บริจาคด้วยตนเอง  วัดหลักห้าเป็นที่รวมใจของไทยพุทธและมุสลิมมาเนิ่นนาน
แต่หลังจากเสียงปืนแตกที่ตากใบ  ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ที่เคยสนิทสนมกลมเกลียวกัน  ก็ถูกยุยงส่งเสริมสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นแก่กัน
มุ่งแต่จะเข่นฆ่าประหัตประหารกันไม่เว้นแต่ละวัน  ทุกวันนี้วัดหลักห้จึงเป็นเพียงฐานที่มั่นของกองกำลังทหารเท่านั้น

       หลวงปู่ทองมีอายุยืนยาวถึง  108  ปี  มีวิทยาคมเข้มขลัง  เสกสร้างวัตถุมงคลเป็นที่เลื่องลือทั่วไป  แต่หลวงปู่ก็ไม่ได้สร้างชื่อเสียงตนเองให้โด่งดัง  มีชีวิต
สมถะแบบพระบ้านนอก  เหรียญรุ่นนี้ไปรับกับมือหลวงปู่มาตั้งแต่ปี  2542 โดยท่านแจกให้ฟรี ๆ  ที่วัดหลักห้านี้เท่าที่จำได้  ไม่ปรากฏว่ามีที่จำหน่ายวัตถุมงคลของ
วัดแต่อย่างใด (หรืออาจจะจำผิดก็ได้)  แต่เท่าที่ได้มาครอบครองหลายพิมพ์ หลายแบบ  ได้มาฟรี ๆ จากวัดทั้งสิ้น  จึงเป็นวัตถุมงคลที่มีเจตนาการสร้างดี  ไม่มี
พุทธพานิชย์เข้ามาเกี่ยวข้อง  จึงขอบันทึกเกียรติคุณของหลวงปู่ให้แพร่หลายต่อไปสืบนานเท่านาน

บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #8 เมื่อ: 06 มีนาคม 2014, 14:53:00 »


                                                
                                                

                               พระหลวงพ่อทวดวัดเมืองยะลา  สร้างปี  2505   พระอีกสำนักหนึ่งที่หลายคนมักจะมองข้าม


    พระทั้งสององค์ที่นำลงให้ชมนี้  เป็นพระที่ได้รับจากมือของหลวงพ่อฉิ้น  เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา   เมื่อปี พ.ศ. 2506  หลังจากไปช่วยวัดตั้งโต๊ะขนพระหลวงพ่อทวดรุ่นนี้ออกมา
ให้สาธุชนได้เช่าหาบูชา  เพื่อหาเงินพัฒนาวัด  ในราคาองค์ละ  10  บาท  เนื่องในวันที่วัดจัีดงานอะไรสักอย่างหนึ่ง  จำไม่ได้แล้วเพราะเนินนานมาก  หลังจากเสร็จงานหลวงพ่อฉิ้น
ก็กำพระให้เต็มกำมอบให้  นับได้ประมาณ 10 องค์กว่า  ได้มาแล้วก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่  เพราะเห็นว่าเป็นพระใหม่  ประกอบกับยุคนั้น  เป้าหมายในการเล่นพระก็จะมุ่งไปที่พระกรุ
รองลงมาก็ต้องหลวงพ่อทวด  ปี 2497  นอกนั้นจะถูกเมินไปหมด

    พระที่ได้รับมาก็ถูกวางไว้บนโต๊ะ  ใครไปใครมาก็อ้อนวอนให้เลือกหาไปคนละองค์สององค์  บางคนขัดใจไม่ได้ก็หยิบเอาไปแบบไม่เต็มใจ  ได้ไปแล้วก็ทิ้งขว้างหรือให้คนอื่นต่อไป
บางคนก็เอาไปขายต่อองค์ละ 1-2  บาท จนสุดท้ายเหลืออยู่ 2  องค์นี้เท่านั้น  เป็นประเภทพระเหลือเลือก  เลยต้องจำใจเก็บเอาไว้

    และสุดท้ายจริง ๆ  พระหลวงพ่อทวด 1 ใน 2 องค์  คือองค์ที่เลี่ยมกรอบสวยงามนั้น   ได้กลายเป็นพระประจำตัว  และจะแขวนพระเพียงองค์เดียวเท่านั้นติดกาย
จะนั่งรถ นั่งเรือ ขึ้นเหนือล่องใต้  ขึ้นเขาลงห้วย  มีเพียงหลวงพ่อทวดวัดเมืองยะลา  รุ่นปี 2505  องค์เดียวโดด  ๆ   ปลอดภัยไร้กังวลด้วยประการทั้งปวง

    หลวงพ่อทวดเป็นที่เคารพศรัทธาของคนใต้เป็นอย่างมาก  ทุกบ้านทุกช่องจะต้องมีหลวงพ่อทวดไว้บูชา   ไม่รุ่นใดก็รุ่นหนึ่ง  จะขึ้นบ้านใหม่  จะเกษียณอายุราชการ  หรืองานศพ
ก็จะใช้หลวงพ่อทวดนี่แหละแจกเป็นของที่ระลึก  ซึ่งผู้รับจะชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง

    แต่สำหรับคนเล้่นหาพระเครื่องก็ต้องหลวงพ่อทวดรุ่น 2497 อยู่ในหัวใจ  ช่วงปี พ.ศ. 2500 - 2520  หลวงพ่อทวดรุ่นนี้ยังพอหาได้ไม่ยาก  ในสนนราคา1,000-3,000 บาท
แต่ขณะเดียวกัน  ข้าราชการชั้นตรี  เงินเดือน ๆ ละ  750  บาท  พอมาเทียบกับราคาหลวงพ่อทวดยังห่างไกลกันเหลือเกิน

    ความที่อยากจะได้หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน (เหตุผลเพราะน้ำหนักเบา แขวนแล้วสบายคอ) แต่สุดเอื้อมหลวงพ่อทวดรุ่นเนื้อว่าน  2497  ก็เลยหันมาพิจารณาพระวัดเมืองยะลา
ก็พบความจริงว่า  จริง ๆ แล้วพระหลวงพ่อทวดวัดเมืองยะลา  เหมาะสมสำหรับเป็นพระติดตัวเป็นอย่างยิ่ง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม 2014, 09:53:19 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #9 เมื่อ: 07 มีนาคม 2014, 10:31:12 »



    เหคุผลสำคัญในการเลือกพระหลวงพ่อทวดวัดเมืองยะลา   เป็นพระประจำกาย

         1. ถือว่าเป็นพระเครื่ององค์แรกที่รับจากมือของพระผู้สร้างพระโดยตรง  ไม่ต้องส่องว่าแท้หรือไม่  พระอื่น ๆ ส่วนมากได้มาจากสนามพระ  นั่งส่องแล้วส่องอีก
             ก็หาความมั่นใจไม่ได้  จะใช้ก็ต้องแขวนกันยกพวงหลาย ๆ องค์  ก็ไม่มั่นใจอยู่ดี  แถมหนักคออีกต่างหาก

         2. พระรุ่นนี้จัดสร้างมาอย่างดีมาก  การใช้พระรุ่นนี้ก็เหมือนกับการใช้พระของวัดช้างให้  ไม่ว่าจะเป็นพระปี 97 หรือปี 2505 เพราะพระวัดเมืองยะลา  ได้รวบรวม
             ของวัดช้างให้ทั้งหมดมาไว้แล้ว  ผู้สร้างพระก็คือหลวงพ่อทิม  วัดช้างให้  และหลวงพ่อฉิ้น  วัดเมืองยะลา พระทั้งสองรูปคือผู้เปิดตำนานแห่งวัดช้างให้  และ
             ร่วมกันเปิดตำนานของวัดเมืองยะลาในปี 2505 ด้วยกัน  พระวัดเมืองยะลา  ผสมมวลสารเนื้อว่านที่เหลือจากการสร้างหลวงพ่อทวดปี 97 จำนวนมาก  พระ
             วัดเมืองยะลา  ปลุกเสกโดยหลวงพ่อทิม  วัดช้างให้   พระวัดเมืองยะลา  นำเข้าร่วมในพิธีพุทธาภิเษกที่วัดช้างให้  ในพิธีใหญ่เมื่อปี  2505  พระวัดเมือง
             ยะลา  ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้ง  ในปี 2506  พระวัดเมืองยะลาบางส่วน  อาจารย์ทิมได้นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ไปเยี่ยนเยียนท่านที่วัดช้างให้

    เหตุผลสองประการหลัก  จึงได้นำพระวัดเมืองยะลามาเป็นพระประจำกายด้วยความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน    โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น  (ตรงนี้เป็นเพียง
ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น)

    พระวัดเมืองยะลา  มีเนื้อหาที่ค่อนข้างแตกต่างกันในบางองค์  องค์ที่แก่ว่าน  จะปรากฏว่าเนื้อเหนียวนุ่ม ออกไปทางสีช็อคโกเลต  แต่บางองค์ที่แก่ดินเหนียวสมัย
ศรัวิชัยที่เอามาจากวัดถ้ำยะลา  มาเป็นส่วนผสมมาก  ก็จะออกไปทางสีน้ำตาลซึ่งเป็นสีของดินเหนียว  เนื้อจะไม่แน่นแกร่งแบบองค์ที่เป็นสีช็อคโกเลต

    หลังจากพระรุ่นนี้หมดจากวัด  แต่ยังมีผู้ต้องการพระรุ่นนี้อยู่อีก  ทางวัดจึงได้จัดสร้างรุ่นหลัง ๆ ขึ้นอีกหลายครั้ง  โดยใช้แม่พิมพ์เดิม  รูปร่างขององค์พระจึงเหมือน
ปี 2505  ทุกประการ   แต่ให้สังเกตที่เนื้อหาของพระจะไม่เหมือนกัน  พระที่สร้างรุ่นหลัง ๆ จะแก่ว่านมาก  บางองค์จะมองเห็นว่านเป็นเสี้ยน  เนื้อพระก็จะไม่แกร่ง
แต่จะยุ่ย  และแตกหักได้ง่าย  ผิวก็แข็งกระด้าง  ไม่เป็นมันเหมือนรุ่นปี  2505  ผู้ที่อยากจะได้พระรุ่นนี้จึงต้องสังเกตที่เนื้อหาพระให้ดีก็แล้วกัน

    พระวัดเมืองยะลารุ่นนี้   สร้างขึ้น 4  พิมพ์  คือพิมพ์จัมโบ้  พิมพ์ใหญ่  พิมพ์กลาง  (สร้างน้อย) พิมพ์เล็ก  หรือที่นิยมเรียกกันว่าพิมพ์เอ็กคิวซัง   พิมพ์เล็กจะ
เป็นที่นิยมมากที่สุด  มีว่าน 97  ผสมมากที่สุด   และเป็นพิมพ์ที่หายากที่สุดด้วย    ส่วนพระที่วัดสร้างรุ่นหลัง ๆ จะเป็นพิมพ์ใหญ่เป็นพื้น 
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #10 เมื่อ: 07 มีนาคม 2014, 10:53:46 »



    เสนอบทความเกี่ยวกับพระพื้น ๆ  ที่ไม่ค่อยมีราคาค่างวดมาแล้ว  4-5  ตอน  ไม่รู้ว่าจะตรงเป้าของทางเว็บหรือเปล่า
แต่ก็ถือว่าเป็นการเข้ามาคุยเล่น ๆ  ไม่มีสาระอะไร  เป็นการใช้เวลาว่างที่เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์บ้างเท่านั้น

    ผู้เขียนบทความก็อายุมากแล้ว  เข้าเกณฑ์ที่เขาเรียกว่าชราภาพ  เพื่อนฝูงที่เคยตระเวณเล่นหาพระมาด้วยกัน  ก็ล้มหาย
ตายจากไปหมดสิ้นแล้ว  การเล่นหาพระก็เพลา ๆ มือลงไป  ประกอบกับปัจจุบันนี้  การส่องพระหรือการซื้อหาพระ  เขา
ใช้อินเตอร์เน็ตกัน   ก็เลยหันมาใช้ตรงนี้กับเขาด้วย

    สมัยก่อนการเล่นพระต้องพึ่งพาเซียนพระเท่านั้นเป็นคนตัดสิน  เพราะไม่มีแหล่งความรู้ที่ไหน  แม้แต่หนังสือก็ไม่มี
แถมเซียนพระจริง ๆ มีน้อย  มีคนแต่คนที่พอจะดูพระเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง  ได้พระมาแต่ละองค์ก็ต้องแห่ไปหาคนโน้น
คนนี่  และสุดท้ายมักจะปรากฏว่า  พระองค์ที่แท้ ๆ ชัวร์  ที่เราได้มา  จะถูกเซียนประเภทนี้ตีไปว่าเป็นพระเก๊  และจะ
ถูกเป่าหูด้วยนิทานต่าง ๆ  จนเราต้องปล่อยพระแท้ ๆ นั้นไป   เพื่อแลกเปลี่ยนกับพระปลอมของเซียน

    เล่นพระไป 4-5  ปี  เมื่อความรู้มีมากขึ้น ก็พบว่าพระที่บรรดาเซียนแลกเปลี่ยนมากองเต็มที่บ้านนั้น  99 %
เป็นพระปลอม

     นี่คือความเจ็บช้ำน้ำใจของคนเริ่มเล่นพระใหม่ ๆ  ในสมัยก่อน
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #11 เมื่อ: 07 มีนาคม 2014, 12:16:45 »




แถมความรู้ตรงนี้   กับรูปพระที่ขยายเต็ม ๆ   (ยืมเขามาถ่ายรูป  เขาให้โชว์ได้เฉพาะส่วนนี้เท่านั้น)

     วิธีสังเกตพระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  ปี  2497  ว่าแท้หรือเปล่า   ได้ไปพบบทความของคุณ "แพะ  สงขลา"  ได้ใช้
หลักวิทยาศาสตร์  และการวิเคราะห์บนพื้นฐานของความจริง  โดยอาศัยข้อมูลจากการสร้างพระรุ่นนี้ว่าสร้างมาจากส่วนผสม
อะไรบ้าง  ผลจึงปรากฏว่าพระหลวงพ่อทวดรุ่นปี  97  ทุกองค์จะต้องมีส่วนประกอบ ดังนี้

     หลวงพ่อทวดว่าน  ไม่ว่าจะแก่ดินหรือแก่ว่าน  จะมีมวลสารที่ประกอบให้เห็นชัดเจนทุกองค์  ว่าจะต้องประกอบไปด้วย
เม็ดดำ  เม็ดแดง (สีอิฐเผา) และเม็ดขาว

     ส่วนเม็ดแร่ที่มีมาก ๆ หลังพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่านนั้น  เป็นแร่ที่ท่านคหบดีอนันต์  คณานุรักษ์  นำมาจากเหมืองของท่าน
ท่านเรียกแร่นี้ว่า  "แร่กิมเซียว"  แปลว่าทองน้อย หรือทองอ่อน  เมื่อพิจารณาสีของเม็ดแร่  ก็ปรากฏว่าจะมีสีทองอ่อน ๆ และ
เมื่อส่องให้กระทบแสงไฟ  ก็จะส่งประกายเป็นสีโครเมี่ยม

     นี่คือข้อความของคุณแพะ สงขลา  ที่ยกมาให้ดู  ขอบคุณคุณแพะ สงขลา  ที่ได้ให้ข้อมูลที่ยอดเยี่ยมมาก

      อีกอย่างหนึ่งในการพิจารณาหลวงพ่อทวด  ก็คือคราบน้ำว่าน   ต้องดูให้เป็นด้วย  พระที่แก่ว่านจะมีคราบมาก  บางองค์
ปกคลุมทั้งองค์  ส่วนพระที่แก่ดินและปูน  ก็จะมีคราบน้ำว่านน้อยกว่า  คราบน้ำว่านจะต้องเป็นธรรมชาติ  คือไหลซึมออกมา
จากองค์พระแล้วแผ่อาบบาง ๆ ไปตามองค์พระ  หนาบ้างบางบ้างแล้วแต่สภาพ  บางแห่งก็จะปุดขึ้นมาเป็นฟอง  แล้วแตกออก
มองดูเป็นเม็ดเล็ก ๆ  ส่วนของปลอมจะนำไปแปะทาไว้  สังเกตให้เป็นจะมองเห็นได้

     องค์ที่เอามาโชว์เข้าเกณฑ์ทุกข้อตามข้อความข้างต้น   เจ้าของจึงมั่นใจวาเป็นของแท้  ก็นำลงให้ดูเล่น ๆ  ใครมีพระ
หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน   ก็พิจารณาดูเอาเองแล้วกัน  ผู้เขียนบทความนี้ก็ดูไม่ชำนาญเหมือนกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม 2014, 12:35:16 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #12 เมื่อ: 07 มีนาคม 2014, 17:02:20 »



                                 
                                 

                         พระสังกัจจายน์  วัดเมืองยะลา  สร้างปี  2505  เนื้อโลหะ  และเนื้อว่าน

           วัดเมืองยะลามีความประสงค์ที่จะสร้างองค์พระสังกัจจายน์  ให้เป็นพระุทธรูปองค์ใหญ่  ให้สาธุชนได้สักการะบูชา   เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
จึงได้จัดสร้างพระพิมพ์ต่าง ๆ ขึ้นหลายพิมพ์ในปี  2505   เพื่อหาทุนมาจัดสร้างดังกล่าว

           นอกจากพิมพ์หลวงพ่อทวดวัดเมืองยะลาแล้ว  ยังมีพิมพ์พระสังกัจจายน์ทั้งเนื้อโลหะ  และเนื้อว่าน   อันเป็นพิมพ์ที่น่าสนใจอีกพืมพ์หนึ่ง
เฉพาะที่เป็นองค์เนื้อว่าน   ได้จัดสร้างขึ้นโดยมีมวลสารต่าง ๆ มาผสมจำนวนมาก  โดยเฉพาะองค์หลวงพ่อกัจจายน์พิมพ์เนื้อว่าน  ได้ผสมว่านที่เหลือ
จากการสร้างหลวงพ่อทวด ปี 97  ซึ่งอาจารย์ทิมมอบให้  และเพิ่มเติมว่านที่คัดสรรแล้วว่าสามารถป้องกันเขี้ยวงาและศัตราวุธได้เป็นอย่างดีมาเป็นส่วนผสม
รวมทั้งได้นำดินสมัยศรีวิชัยมาเป็นส่วนผสมด้วย  ตลอดจนจัดพิธีการที่เข้มขลังตามตำรับโบราณอย่างแท้จริง

          และที่สำคัญได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัดช้างให้  พร้อม ๆ กับหลวงพ่อทวดพิมพ์เตารีดเนื้อกลับที่ลือลั่นด้วย  พุทธคุณจึงหายห่วงจริง ๆ
พระพิมพ์สังกัจจายน์วัดเมืองยะลา  มักจะเป็นพระที่ถูกมองข้าม  อาจจะเป็นเพราะไม่รู้จัก  หรือไม่รู้ประวัติการสร้าง  หรือไม่อาจจะหาพระมาบูชาได้
เพราะคนในท้องถิ่นมักเก็บไว้  ทำให้ปริมาณพระหมุนเวียนมีน้อยก็อาจเป็นได้
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #13 เมื่อ: 08 มีนาคม 2014, 09:04:40 »

                                        
                                        


                           เหรียญหัวโต  วัดช้างให้  ปี 2530  พิมพ์นิยม  ว.แตก



       เหรียญหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  พิมพ์หัวโต  ย้อนยุครุ่นแรก ปี 2500  ออกให้เช่าบูชาเมื่อปี  2530  เป็นเหรียญที่พิถีพิถันในการสร้างเป็นอย่างมาก  ออกแบบและจัดทำ
โดยกองกษาปณ์  ผิวเหรียญออกไปทางสีน้ำตาล (แต่องค์ที่นำมาถ่ายรูปเก็บไม่ดี  สีจึงเพี้ยนไปทางสีดำ) ตามข่าวว่าบางส่วนจะนำขึ้นทูลเ้กล้า  บางคนจึงเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า
เหรียญรุ่นทูลเกล้า

       จากการทำที่พิถีพิถัน  และจัดพิธีพุทธาพิเศกที่ยิ่งใหญ่ถึงสองครั้ง  ครั้งแรกจัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร  โดยสมเด็จพระสังฆราชมาเป็นประธานในพิธี  มีพระเกจิอาจารย์
ภาคกลางเข้าร่วมพิธีสายสิบรูป หลังจากนั้นได้นำกลับมาเข้าพิธีที่อุโบสถวัดช้างให้  มีพระเกจิดัง ๆ ภาคใต้เข้าร่วมอย่างคับคั่ง  ล้วนเป็นอาจารย์สายหลักที่ปลุกเสกพระหลวง
พ่อทวดมาแล้วทั้งสิ้น  พระรุ่นนี้จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

       ใหม่ ๆ พระรุ่นนี้ก็เหมือนพระพิมพ์อื่น ๆ  ที่วางให้เช่าบูชาในวัด  มีคนเช่าหาบูชากันเป็นปกติ  สักพักใหญ่ ๆ  ถัดมาประมาณ 1-2 ปี จำไม่แน่ชัด  เมื่อไปที่วัดช้างให้
ครั้งนั้น  เจ้าหน้าที่ที่ให้เช่าบูชาพระบอกว่า  ถ้าอยากได้เหรียญรุ่นนี้ก็ให้รีบเก็บไว้เสียตั้งแต่วันนี้  เพราะขณะนี้มีพระเหลืออยู่เฉพาะในพานที่วางไว้ให้บูชานี้เท่านั้น  ส่วนที่
ที่เก็บไว้เป็นลัง ๆ  เพื่อรอการเช่าบูชานั้น  ถูกเซียนพระมาเหมายกลังเกลี้ยงวัดไปแล้ว

      พอทราบข่าวดังนั้น  หลายคนที่ยืนตรงนั้นก็คิดได้ว่าพระรุ่นนี้ต่อไปจะมีอนาคตดีแน่นอน  การที่เซียนพระเหมากันแบบหมดวัดเช่นนี้  ต่อไปจะต้องนำไปปั่นราคาหา
กำไร  ราคาก็จะพุ่งขึ้นแน่นอน  หลายคนจึงเข้าไปแบ่งกันเช่าบูชา  ก็ได้มาคนละ 1-2 องค์  แบ่ง ๆ กันไปเท่านั้น  พระรุ่นนี้ก็หมดจากวัดไปโดยสิ้นเชิง

     ก็เป็นอย่างที่คาด  จากที่หลาย ๆ คนคลางแคลงใจว่าพระที่ทำขึ้นย้อนยุคพระรุ่นที่โด่งดังมักจะไม่ค่อยดังตาม  ประกอบกับออกหลังจากอาจารย์ทิมมรณภาพด้วยแล้ว
เหรียญรุ่นนี้ก็คงจะงั้น ๆ  จึงไม่อยากสนใจเก็บไว้มากนัก  แต่ก็ลืมคิดไปว่า  เมื่อพระรุ่นเก่า ๆ มีราคาแพงขึ้น  แถมหายากขึ้นคนที่ต้องการพระที่ออกมาจากวัดช้างให้โดยตรง  
ยังมีอยู่อีกมาก   พระรุ่นหลัง ๆ ก็จะมีโอกาสได้รับความนิยมขึ้นได้

     วงการพระนี่ก็แปลก   พระที่สวยสมบูรณ์  ไม่มีตำหนิ  มักจะไม่ค่อยได้รับความนิยม  แต่พระพิมพ์ไหนมีริ้วมีรอย  มีเส้น มีขี้กลาก  จะกลายเป็นพิมพ์นิยม  เล่นหา
กันราคาแพง อย่างพระรุ่นนี้ก็เช่นกัน  มีอยู่บางองค์ที่มีเส้นแตกจากตัว ว.แหวน ลากยาวไปจดข้อศอกหลวงพ่อทวด  จะถูกวงการจำแนกเป็นพิมพ์นิยม  และมีราคาแพง
บางที่จะเล่นหากันสองหมื่นขึ้นไป  นัยว่าพระมีลักษณะเช่นนี้  เป็นพระที่หายาก

     จากข้อสังเกตของผู้เขียนบทความนี้  เท็จจริงไม่ขอยืนยัน ถ้าจะหาพระพิมพ์ ว.แตกนี้  ต้องไปหาตามชาวบ้านแถวยะลา ปัตตานี  เชื่อว่าจะเก็บไว้มาก  เพราะพระ
พิมพ์นี้จะออกวางให้เช่าบูชาครั้งแรก ๆ  เมื่อปี 2530  ส่วนพระที่วางให้เช่าบูชาปีหลัง ๆ  จนถึงวันพระหมดวัด  ล้วนเป็นพิมพ์ปกติทั้งสิ้น

     เหมือน ๆ กับพระพิมพ์กลีบบัวหลวงพ่อทวด พิมพ์ รศ 200  หน้ารุ่นหนึ่ง  ที่เสาะหากันราคาแพง  นี่ก็ออกวางให้เช่าบูชาครั้งแรก ๆ เช่นกัน  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มีนาคม 2014, 09:49:44 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #14 เมื่อ: 08 มีนาคม 2014, 11:53:18 »

                                            

                 หลวงพ่อทุ่งคา  วัดบูรพาราม  อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี  เนื้อว่าน  สร้างปี 2505   สุดยอดแห่งความศักดิ์สิทธิ์
                                            

                                            
                                            
                                            
                                            

    เอกสารอ้างอิง ได้มาจาก "เว็บพระ" และเว็บ "คนรักพระ"  ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ตรงนี้  เพื่อช่วยกันประกาศกิตติคุณของหลวงพ่อให้แพร่หลายสืบไป



      พระเก่า ๆ  ที่มีอายุการจัดสร้างนานถึง  50  ปีกว่า ๆ อีกสำนักหนึ่ง  ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้าม  แต่ขอบอกว่าหลวงพ่อวัดทุ่งคา  เนื้อว่านองค์นี้  เป็นพระ
ที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง  เนื้อหาของหลวงพ่อทุ่งคา  ตลอดจนคลาบไขว่าน  ก็คล้ายคลึงกับหลวงพ่อทวดวัดช้างให้เป็นอย่างมาก

      หลวงพ่อทุ่งคาเป็นพระพุทธรูปประจำวัดบูรพารามมาหลายร้อยปี  เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก  มีประวัติเล่าขานมายาวนาน  พูดกันจริง ๆ
แล้วหลวงพ่อวัดทุ่งคาเนื้อว่านองค์นี้  เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับนักเลงพระในท้องถิ่น  ตั้งแต่ปี 2505  มาแล้ว  มีการแสวงหาและพกพาติดตัว  พร้อมทั้ง
เล่าขานถึงความขลังของพระองค์นี้สู่กันฟังมาตลอดแล้ว

      ก็นำเสนอไว้สำหรับบางคนที่อาจจะยังไม่รู้จัก  พร้อมเอกสารอ้างอิงให้ได้ศึกษาแล้ว  พบพานที่ใดก็อย่าลืมเก็บหาไว้  ท่านช่วยคุ้มภัยให้อย่างแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 มีนาคม 2014, 12:22:34 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #15 เมื่อ: 08 มีนาคม 2014, 16:32:24 »

                                                     
                             
                                                     


                              เหรียญหลวงพ่อดำ  วัดตุยง  อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี  รุ่นแรก ปี 2516
                                        เหรียญรุ่นนี้มีเหรียญเก๊ที่เฉียบขาด  ปราบเซียนภาคใต้ตากลับมามากมายแล้ว  จนหลายคนชักขยาด
                                                                              ที่นำลงนี้ก็แค่ 50/50
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #16 เมื่อ: 09 มีนาคม 2014, 10:49:38 »


   ตั้งแต่  50 กว่าปีมาแล้ว   ทีชมรมคนชอบพระเครื่องมักจะพูดกันว่า  ทางภาคใต้นี่ไม่ว่าจะสร้างพระอะไรขึ้นมา  โอกาสที่จะโด่งดังแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะมีหลวงพ่อทวดเป็นแกนหลักนำโด่งดังทะลุฟ้าอยู่แล้ว  ปิดบังบรรดาหลวงพ่อต่าง ๆ ในภาคใต้ไปแทบจะมิดชิด

   แต่ในความเป็นไปไม่ได้ ก็มีทางที่เป็นไปได้  แม้จะไม่สามารถโด่งดังเทียบเท่าหลวงพ่อทวด  แต่ก็โด่งดังอยู่ในลักษณะที่เป็นรองก็แค่หลวงพ่อทวดเท่านั้น
นั่นคือ "หลวงพ่อดำ  นันทิโย  วัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี  นั้นเอง

   เหรียญหลวงพ่อดำรุ่นแรก  ที่จัดสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี  2516  เป็นเหรียญที่โด่งดังมาตั้งแต่ปีที่สร้างทันที  กระแสความต้องการเด่นฉิว  จนพระ
หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว  ความเข้มขลังและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญรุ่นนี้ปรากฏชัดแก่ผู่ที่เช่าไปบูชา  หลายคนไฝ่คว้าหาไว้ป้องกันตัว  กระแสนี้
แผ่กว้างจากท้องถิ่นเข้าสู่สนามพระส่วนกลาง  ความต้องการก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ  จึงสบโอกาสให้พวกมือผีผลิตพระฝีมือขึ้นมาตอบสนองทันที
และได้พัฒนาฝีมือขึ้นจนเทียบเคียงกับของแท้อย่างไม่ผิดเพี้ยน  เซียนหลายคนโบกมือยอมแพ้ต่อการเสาะหาเหรียญรุ่นนี้  ทำให้ราคาค่านิยมอยู่แค่
หลักหมื่นต้น ๆ

   เหรียญรุ่นนี้มี  2  พิมพ์ คือพิมพ์หลังเรียบ  กับพิมพ์หลังมีเส้นขนแมว

   หลังจากนั้นทางวัดก็สร้างเหรียญขึ้นมาอีกหลายรุ่น  ซึ่งจะได้แจกแจงให้ทราบต่อไป  เหรียญรุ่นหลัง ๆ ของหลวงพ่อดำ  ไม่ค่อยมีของปลอม
สนนราคาก็อยู่แค่หลักร้อยหรือพันต้น ๆ  แต่ความเข้มขลังและค่านิยมยังสูงสุดอย่างไม่น่าเชื่อ

    ใครที่ได้สัมผัสกับหลวงพ่อดำอย่างใกล้ชิด  จะพบความจริงว่าทำไมหลวงพ่อดำจึงปลุกเสกพระได้เข้มขลัง  และเป็นที่ศรัทธาเป็นอย่างมาก

    ข้อความต่อไปนี้น่าจะไม่มีใครเคยเล่ามาก่อน

    ในช่วงปี  2520-2522  ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปกราบหลวงพ่อดำบ่อยครั้งมาก  เหตุที่ไปบ่อยครั้งเพราะความประทับใจและมีความสุข
ทุกครั้งที่ได้ไปกราบหลวงพ่อ  หลวงพ่อดำเป็นพระที่มีความเป็นพระอย่างแท้จริง  ผิดกับพระภิกษุรูปอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง  หลวงพ่อดำเป็นถึงพระ
ราชาคณะชั้นราช ได้ชื่อว่าพระราชพุทธิรังษี  เป็นเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี  เป็นเจ้าอาวาสวัดตุยง  แต่หลวงพ่อดำไม่สนใจในลาภยศแต่อย่างใด
เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าหลวงพ่อดำกลับพำนักอยู่ในกุฏิหลังเล็ก ๆ  เป็นกฏิไม้เก่า ๆ  ไม่มีทรัพย์สินสมบัติ  หรือเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ
ทั้งสิ้น  ใช้ชีวิตแบบสมถะ  แบบของผู้เป็นพระที่หลุดพ้นจากโลภ โกรธ หลง แล้วอย่างแท้จริง  ซึ่งหาได้ยากยิ่งสำหรับพระระดับเจ้าอาวาส
ที่ดำรงตนในลักษณะนี้

    ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมหลวงพ่อ จะพบว่าหลวงพ่อปิดประตูเงียบอยู่ในกุฏิเพียงรูปเดียว  ไม่มีเด็กวัด  ไม่มีพระเลขาที่คอยกีดกันผู้ที่เข้าไปพบหา
ท่านเหมือนเหมือนพระดัง ๆ หลายรูป  เพียงได้ยินเสียงคนพูดขึ้นที่หน้ากุฏิ   หลวงพ่อดำก็จะเปิดประตูกุฏิออกมาต้อนรับทันทีที่ชานหน้ากุฏิ
ซึ่งจะรับแขกได้ประมาณ 4-5  คน  เพราะกุฏิเล็กนิดเดียว  กราบเรียนบอกหลวงพ่อว่ามารบกวนเวลาจำวัดอีกแล้ว  ท่านจะยิ้มด้วยอารมณ์
ดี  บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ปกติท่านจะไม่ค่อยจำวัดอยู่แล้ว  ท่านเป็นพระที่อารมณ์ดี  ยิ้มแย้มแจ่มใส  พบปะพูดคุยกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร
บางทีก็กระเซ้าหลวงพ่อว่า  อยากจะมาขอเหรียญรุ่น 1  จากหลวงพ่อบ้าง  หลวงพ่อก็จะบอกว่าไม่มีหรอก  เขาไม่ให้หลวงพ่อไว้  เพราะ
กลัวจะแจกญาติโยมเสียหมด  (แต่ที่หลวงพ่อมีและจะแจกให้ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเยียนท่าน  ก็คือหลวงพ่อทวดนวล  ซึ่งท่านได้จัดสร้างไว้
ตั้งแต่ปี  2507  แล้ว)  ท่านบอกว่าจะเอาทำไมเหรียญรุ่น 1  เหรียญรุ่นหลังที่ท่านปลุกเสกให้  ใช้ได้เหมือนกัน  ดีกว่าเหรียญรุ่น 1  เสียอีก
และก็เป็นดังที่ท่านว่าจริง ๆ  เหรียญรุ่นปี  2522  ของท่าน  ปรากฏพลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยทหารหาญที่ปกป้องแผ่นดินสามจังหวัดภาคใต้  รอดพ้น
จากกระสุนปืน และระเบิดมามากมายแล้ว  ทหารที่เดินทางไปประจำการทางภาคใต้  จึงต้องเสาะหาเหรียญรุ่นนี้ไว้ประจำตัวแทบทุกคน

    นี่คือเรื่องราวบางส่วนของหลวงพ่อดำ  พระภิกษุผู้เปี่ยมล้นด้วยจริยวัตรที่น่าเลื่อมใสอย่างแท้จริง

   เหตุผลนี้  หลวงพ่อดำจึงได้เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกหลวงพ่อทวดวัดช้างให้  เมื่อปี  2497   ปี  2505  และปี 2522 ซึ่ง
พระหลวงพ่อทวดรุ่นดังกล่าวนี้   โด่งดังทะลุฟ้าทั้งนั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 มีนาคม 2014, 10:56:03 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #17 เมื่อ: 09 มีนาคม 2014, 15:31:26 »

                                       
                     
                                       

                                        หลวงพ่อดำ  รุ่น  2  ปี 2519
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #18 เมื่อ: 09 มีนาคม 2014, 15:34:54 »



                                                     
                                                     

                                                    หลวงพ่อดำรุ่น  3  ปี  2520
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #19 เมื่อ: 09 มีนาคม 2014, 15:38:01 »



                                           
                                           

                                         หลวงพ่อดำรุ่น  4   ปี  2522
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #20 เมื่อ: 10 มีนาคม 2014, 13:20:47 »


                                      

                       หลวงพ่อทวดนวล  เทวธัมโม  วัดตุยง  อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี  พระดีสุดยอดที่หลายคนมักจะมองข้าม

     ขอพักเริ่องของหลวงพ่อดำไว้ตรงนี้ก่อน  ความจริงพระเครื่องหลวงพ่อดำยังมีอีกหลายพิมพ์ หลายแบบ  และหลายรุ่น  รวมถึงรุ่นที่สร้างหลัง ๆ ในปีสองปีนี้ก็ยังมีสร้างอยู่
และการสร้างทุกครั้งก็ยังได้รับความนิยมอย่างมาก  แม้หลวงพ่อจะมรณภาพไปแล้ว  แต่ความเข้มขลังของท่านยังไม่หายไปไหน  ยังคงคอยช่วยเหลือผู้ที่เคารพนับถือในตัวท่าน
อยู่เสมอ

     ขอแนะนำพระดีที่เรียกได้ว่าถูกลืมและถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย  และเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก  หรืออาจจะได้ยินชื่อแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นพระอะไร

     พระที่ว่านั้นก็คือ    หลวงพ่อทวดนวล เทวธัมโม  วัดตุยง  ที่หลวงพ่อดำได้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507  นั้นเอง

     มาลองอ่านวิธีใช้พระเครื่องหลวงพ่อทวดนวล  ตามที่ทางวัดได้แจกให้กับผู้ที่เช่าพระรุ่นนี้ไปบูชา  ความบางตอน  ดังนี้

     " พระเครื่องหลวงพ่อทวดนวล  เทวธัมโมนี้  ทางวัดได้จัดสร้างขึ้นอันประกอบด้วยเนื้อว่าน  เครื่องยา  และเกสรดอกไม้  ถึงอย่างละ  120  ชนิด    ทำพิธีพุทธาภิเษก
อัญเชิญวิญญานหลวงพ่อทวดสิงสถิต  ในองค์พระนี้แล้วโดยถูกต้องสมบูรณ์  โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในทางไสยเวทย์วิทยาคม  ดังนั้นจึงย่องบันดาลคุณานุภาพป้องกัน
ภัยต่าง ๆ ได้ 120  ประการ เท่ากำลังส่วนผสม  สามารถอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดจากภัยศัตราวุธทุกชนิด  บันดาลเสน่ห์เมตตามหานิยม เจริญด้วยลาภยศเดชานุภาพ
มาก  เป็นมหาลาภทางค้าขาย  หรือการเสาะแสวงหาโชคลาภ  นอกจากนั้นพระเครื่องยังช่วยบำบัดรักษาโรคบางอย่างได้อีกด้วย

                                       ฯลฯ

     พระเครื่องนี้ยังใช้บำบัดรักษาโรค ถูกยา ถูกคุณไสย ถูกผี หรือเนื้องจากที่อยู่อาศัยมีอาเภท  พระภูมิเจ้าที่รบกวนให้โทษ  ให้เอาพระเครื่องนี้ทำน้ำพระพุทธมนต์
กินและประพรหมบ้าน  ความเดือดร้อนต่าง ๆ จะสิ้นไป  ใช้แก้โรคมะเร็ง  ให้เอาผักหัก (ทองพันชั่ง) 1  ดอกกะพึง (พลับพลึง) 1 หนักอยางละ 3 บาท  หัวไพล 1
ใบยาจีน 1 หนักอย่างละ 5 บาท ตำน้ำยัน  แล้วเอาพระเครื่องนี้แช่ประมาณ  15  นาที  จึงกิน  หากใช้แก้โรคหอบไอ  ให่เอาพระแช่น้ำมะนาวกิน  หากจำเป็นรีบด่วน
หาอะไรไม่ทัน  จะใช้น้ำธรรมดาก็ได้  ถ้าใช้แก้พิษสัตว์กัดต่อย  เอาพระแช่น้ำมะนาวกับน้ำเสลดพังพอน  กินและทา  ถูกผีไข้  ให้เอาใบหนาด 1 ลำผีพ่าย 1 ผัก
เสี้ยนผี 1 ตำน้ำยันหรือต้มก็ได้  ก่อนกินให้เอาพระแช่ลงเสียก่อนจึงจะกิน  หากถูกยาพิษให้เอาหัวไพล 1 รากขี้กา 1 หัวกะทือ 1 บัวบก 1 กระดูกห่าน 1 บรเพ็ด 1
หญ้าตีนกา 1 ตำเป็นน้ำยัน  ก่อนกินแช่พระเสียก่อน"

     พระเครื่องรุ่นนี้   ได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี  2505  เริ่มโดยการจัดหาว่านที่มีพลานุภาพด้านอยู่ยงคงกระพัน  แคล้วคลาด โชคลาภ  ให้ได้จำนวน  120  ชนิด
โดยจัดหาที่ภูเขาอำเภอทรายขาว  จังหวัดปัตตานี และภูเขาตำบลตาชี  อำเภอยะหา จังหวัดยะลา  หลังจากนั้นยังใช้เกษรดอกไม้ต่าง ๆ อีก 120  ชนิด  ใช้เครื่อง
ยาสมุนไพร  120  ชนิด  ผงวิเศษต่าง ๆ อีก 108   ซึ่งต้องใช้เวลาในการหาวัสดุและจัดพิมพ์องค์พระนานถึง  3  ปี จึงได้จัดพิธีพุทธาภืเษกเมื่อปี 2507
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 มีนาคม 2014, 13:58:33 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #21 เมื่อ: 10 มีนาคม 2014, 14:26:32 »



   มีเรื่องเล่ากันว่า  ก่อนที่จะสร้างพระรุ่นนี้ทางวัดได้อัญเชิญดวงวิญญาณของหลวงพ่อทวดนวลให้มาเข้าทรง (หลวงพ่อทวดนวล
เป็นอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 3  ที่มรณภาพไปนานแล้ว  แต่ยังเป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก)  และขออนุญาตนำรูปของท่านมาสร้าง
เป็นพระเครื่องเพื่อให้สาธุชนได้นำไปบูชา  ปรากฏว่าหลวงพ่อทวดนวลได้อนุญาตให้จัดสร้าง  แต่กำหนดให้สร้างสูงสุดแค่
84,000  องค์  และห้ามไม่ให้มีการสร้างเพิ่มเติมในครั้งที่ 2 หรือที่ 3  อีกเป็นเด็ดขาด  คือให้สร้างเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

   คณะกรรมการได้พิจารณาเห็นว่า  จำนวนพระที่สร้างจำนวน  84,000  องค์  น่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่
เคารพนับถือในตัวท่าน  เมื่อท่านไม่อนุญาตให้สร้างรุ่นต่อไป  ก็ขอสร้างเพียงครั้งเดียวจำนวน  84,000 องค์ คูณ 2
ซึ่งถือว่าไม่ผิดต่อคำอนุญาตของท่าน  จำนวนพระที่จัดทำในครั้งนั้นจึงมีจำนวนเป็นแสนองค์  แม้ทางวัดจะเปิดให้เช่าบูชา
มาเป็นเวลานับสิบ ๆ ปี  พระรุ่นนี้ก็ยังไม่หมดไปจากวัด  และสุดท้ายกลายเป็นพระที่ไม่มีราคา  และถูกลืมไปอย่างน่า
เสียดาย (เพราะคนเขามักจะเล่นหากันเฉพาะพระที่มีราคาแพง ๆ )

   สำหรับพระเกจิอาจารย์ที่นิมนต์มาปลุกเสกพระรุ่นนี้  ก็เป็นพระเกจิอาจารย์ดัง ๆ ในภาคใต้ทุกจังหวัด  จำนวนรวมถึง
120  รูป  จึงนับได้ว่าพระเครื่องรุ่นนี้มีความดีหลากหลาย  ทั้งมวลสารดี และพิธีกรรมดี  หาได้ยากยิ่งจริง ๆ

    พระรุ่นนี้สร้างขึ้น 5  แบบพิมพ์  คือพิมพ์ซุ้มเรือนแก้ว (พิมพ์นี้มีราคาหน่อย) พิมพ์ขาโต๊ะ  พิมพ์ใหญ่  พิมพ์กลาง
และพิมพ์เล็ก  องค์ที่นำลงให้ชม  เป็นพิมพ์กลาง

    แถมท้ายนิดหนึ่ง....ผู้เขียนได้เช่าพระรุ่นนี้ไปหลายองค์  ในราคาองค์ละ  10  บาท (เพิ่งปรับราคาเป็นองค์ละ
100  บาท เมื่อปี 2520  กว่า ๆ)  โดยนำไปตั้งไว้บนหิ้งพระ  ปรากฏว่าอยู่ ๆ พระเหล่านี้หายเกลี้ยง รวมกับพระ
อื่น ๆ อีกหลายองค์ อาทิ หลวงพ่อแช่มเนื้อว่านพิมพ์จัมโบ้ ภูเก็ต  สมเด็จ  100  ปี  วัดระฆัง  ก็ฉงนสนเทห์ว่าจะ
หายไปไหน   จะว่ามีใครขโมยก็ไม่เชิง  อยู่ ๆ ไปรื้อพบว่าพระเหล่านั้นโดยหนูคาบไปทำรังหมดสิ้น  แถมไม่คาบ
เปล่าเอาไปกัดแทะกินกันจนแหว่งวิ่น  หาชิ้นดีไม่ได้  แสดงว่าพระหลวงพ่อทวดนวลรุ่นนี้น่าจะมีกลิ่นที่หนูชอบ
หลวงพ่่อแช่มเนื้อว่านก็เหมือนกัน  เหลือแต่เศษซาก  ส่วนพระสมเด็จก็เหลือแต่รอยฟันกัดเทาะแหว่งวิ่นหาประโยชน์
อันใดไม่ได้เช่นกัน  (ช่วงนั้นสมเด็จ 100 ปี  ยังไม่ค่อยมีราคา  เลยเฉย ๆ) ก็ฝากไว้  ใครมีพระรุ่นนี้เก็บไว้ให้ดี
ไม่งั้นอาจจะโดนหนูคาบเอาไปกินก็ได้...ขอบอก
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #22 เมื่อ: 10 มีนาคม 2014, 16:15:43 »





                             

                   หลวงพ่อทวดหนอน  เขามะรวด  อำเภอปานาเระ  จังหวัดปัตตานี
บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #23 เมื่อ: 11 มีนาคม 2014, 08:57:03 »



                                      

                           สถูปหลวงพ่อทวดหนอน  บนเขามะรวด  อ.ปะนาเระ  จ.ปัตตานี
                  สังเกตด้านล่างของภาพถ่าย  จะมีก้อนหินโผล่สัมผัสกับแสงเงา  ดูคล้ายรูปหลวงพ่อ



บางครั้ง......บางสิ่งบางอย่างก็อยู่เหนือคำอธิบาย

   เมื่อวานหลังจากลงภาพถ่ายหลวงพ่อทวดหนอนเนื้อว่าน  สร้างปี 2505  ซึ่งอยู่ในกรอบพลาสติค  แต่ก็ถ่ายออกมาชัดเจน  สวยสมใจแล้ว   ก็มานั่งนึกได้ว่าเมื่อประมาณ
20  ปีกว่า ๆ  มาแล้ว  ได้เก็บภาพถ่ายสถูปหลวงพ่อทวดหนอน  ซึ่งซื้อมาจากวัดปานาเระ  เห็นว่าเป็นภาพที่แปลก  บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็น  อยากจะนำลงให้ชม  แต่
เนื่องจากภาพดังกล่าวถูกเก็บไว้นานถึง  20  ปี  ไม่สามารถจะจดจำได้ว่าเก็บไว้ตรงไหน  ลองรื้อ ๆ หาดูในบางที่ที่คาดว่าน่าจะเก็บไว้  ก็หาไม่เจอ  ก็ถอดใจแล้วว่าภาพนี้
น่าจะสูญหายไปแล้ว  ภาพเพียงภาพเดียวจะเที่ยวรือค้นหาก็คงจะลำบากยุ่งยากพอดู

   แล้วเรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น  อยู่ ๆ เมื่อคืนนี้มีคนเกิดต้องการดูเอกสารบางอย่างขึ้นกะทันหัน  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องดู  จึงไปรื้อหาเอกสารดังกล่าว
แล้วสิ่งที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อพบว่า  ภาพถ่ายสถูปหลวงพ่อทวดหนอนภาพที่ต้องการ  วางหราอยู่กับเอกสารที่ต้องการจะไปเอามาดูนั้นเอง

   ผู้เขียนเองก็ตกตะลึงและมึนงงไปชั่วครู่  มันเป็นไปได้ยังไง  เหมือนหลวงพ่อจะรับรู้  และชี้บอกตำแหน่งที่เก็บไว้ของรูปใบนี้ให้นำมาเผยแพร่  นี่จะเรียกว่าเป็นอภินิหาร หรือ
เป็นความบังเอิญ  ก็แล้วแต่ความเชื่อและวิจารณญานของแต่ละคน

   และผู้เขียนก็สามารถนำภาพดังกล่าวมานำเสนอได้  ดูแล้วเชื่อหรือไม่ว่า  เพราะอภินิหารของหลวงพ่อทวดหนอน  ทำให้แสงและเงารวมกันเป็นรูปของหลวงพ่อ  พอ ๆ กับ
ที่หลวงพ่อดลใจให้ขึ้นไปค้นหาเอกสารจนพบภาพดังกล่าวนี้

   พอ ๆ กับเมื่อวานที่พิมพ์เรื่องราวของหลวงพ่อทวดนวล  วัดตุยง  ปรากฏว่าได้เสนอเนื้อหาบางตอนที่คลาดเคลื่อนไปจากความเข้าใจ   ปรากฏว่าหลังจากพิมพ์เสร็จและจะ
โพสต์บันทึก  ข้อความดังกล่าวได้หายวับไปหมดสิ้น  ต้องมาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมและแก้ไขบางอย่างที่ผิดพลาด   จึงจะสามารถโพสต์ได้สำเร็จ  จะเป็นเรื่องบังเอิญอีก
หรือไม่ก็ไม่รู้  แต่ทุกอย่างมันสอดคล้องกันอย่างน่าพิศวงจริง ๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 มีนาคม 2014, 09:21:17 โดย numchai42 » บันทึกการเข้า
numchai42
ยอดปรมาจารย์ขั้นสูงสุด C11
Golden Hero 8
*

พลังน้ำใจ: 92284
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,084


« ตอบ #24 เมื่อ: 11 มีนาคม 2014, 10:22:30 »



    หลวงพ่อทวดหนอน  อาจจะเป็นเพียงพระดี ๆ อีกองค์หนึ่งที่ถูกมองข้าม  เพียงเพราะราคาที่เป็นตัวกำหนดค่านิยมความมีคุณค่าหรือไม่มีคุณค่าขององค์พระเครื่อง
แต่กฤษดานุภาพความศักดิ์ของหลวงพ่อทวดหนอน    หาได้ลดน้อยลงไปตามราคาค่านิยมแต่ประการใด

    ตำนานเล่าขานกันมาว่า  หลวงพ่อทวดหนอนเป็นพระภิกษุที่อยู่ในสมัยอยุธยา  ซึ่งได้ล่องเรือธุดงค์ลงมาอยู่ที่จังหวัดปัตตานี  ขณะที่ล่องอยู่ในเรือนั้น  จะมีฝูงปลา
แหวกว่ายตามเรือมาด้วยจำนวนมาก  หลวงพ่อเกิดความรู้สึกสงสารบรรดาปลาเหล่านั้น  จึงได้เชือดเนื้อของท่านโยนลงไปให้ฝูงปลากิน  เมื่อเดินทางมาถึงเขามะรวด
และมาปักลดอยู่บนเขานั้น  แผลของท่านก็เกิดการเน่าเปื่อยและมีฝูงหนอนเข้ามาเกาะกินชอนไช  แม้ญาติโยมจะขอให้ท่านเขี่ยหนอนทิ้งไป  ท่านก็ไม่ยอม  นี่เป็น
สมญานามที่ใคร ๆ เรียกชื้อท่านว่า "ทวดหนอน"

    ต่อมาเมื่ออาการท่านมากขึ้น  และถึงแก่มรณภาพลง   ญาติโยมก็ฝังร่างของท่านไว้บนเขามะรวด  และสร้างสถูปเจดีย์คลอบไว้ 

    ตลอดเวลาที่ท่านอยู่บนเขามะรวด  จะเป็นที่เคารพนับถือและบนบานศาลกล่าวขอความช่วยเหลือต่าง ๆ  ซึ่งจะประสบผลสำเร็จในทุกสิ่งที่ต้องการ  แม้หลังจากท่าน
มรณภาพไปแล้ว  ความศักดิ์สิทธิ์และความเคารพนับถือก็ยังไม่เสื่อมคลายไปจากจิตใจของคนในพื้นที่  จะมีคนเดินขึ้นเขาไปสักการะท่านทุกปีเป็นประจำ  วัดต่าง ๆ ที่
อยู่รอบ ๆ บริเวณเชิงเขามีงานมีการ  ก็จะต้องบนบานรำลึกขอบารมีจากท่านก่อนเสมอ

    มีคนบอกว่าวันดีคืนดี  ก็จะเห็นดวงไฟสว่างจ้าบนยอดเขา  บางครั้งก็เป็นดวงไฟลอยวนรอบภูเขา   เป็นอย่างนี้อยู่เป็นประจำ 

    หลวงพ่อทวดหนอน  เนื้อว่านปี  2505  นี้จัดสร้างโดยเจ้าอาวาสวัดตอนตะวันออก  อ.ปานาเระ  สร้างขึ้นหลายแบบพิมพ์  ทั้งแบบเหรียญ และแบบพระกริ่ง 
แม้ต่อมาวัดต่าง ๆ จะนำไปสร้างกันอีกหลายครั้ง  แต่รุ่นที่สร้างปี  2505  ก็นับได้ว่าเป็นรุ่นที่จัดสร้างขึ้นอย่างดี  และพิถีพิถัน ในการจัดหาว่าน  การพุทธาภิเษก
จากเกจิอาจารย์ดัง ๆ ในยุคนั้่น  เป็นอีกรุ่นหนึ่งสำหรับคนชอบพระเนื้อว่านที่ศักดิ์สิทธิ์ มองข้ามไปไม่ได้ทีเดียว
บันทึกการเข้า
แท็ก:
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เว็บไซต์ในเครือข่ายอภิโชค "เว็บมหาชน คนมหาโชค"
คติ "กินอยู่อย่างพอเพียง เสี่ยงโชคแต่พอควร"
ข้อมูลในเว็บนี้ใช้ประกอบเสี่ยงโชคสำหรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ไม่สนับสนุนหวยที่ผิดกฏหมาย
คำเตือน -ทางเว็บไม่ได้ทราบเป็นการล่วงหน้าว่าหวยทางกองสลากจะออกตัวไหน แต่เราใช้การวิเคราะห์หรือประเมินตามหลักสถิติ
หรือวิธีการอื่นว่า เลขที่มีโอกาสออกมากที่สุดในแต่ละงวดควรจะเป็นเลขอะไรเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ การเล่นหวยถือว่ามีความเสียงมาก


Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap
เว็บพูดคุยเรื่องหวย-คำนวณหวยไทยอันดับ1 Community Lottery of Thailand 1st เว็บหวยมหาชน คนมหาโชค อภิโชคออนไลน์ เลขดัง หวยดังงวดนี้? มีที่ให้ฟัง 1900-222-111 อภิโชค เว็บคำนวณหวยไทย แหล่งรวมเลขเด็ด วิเคราะห์เลขรวย หวยรัฐบาล หวยเด็ด เลขเด่น หวยบนดิน ตรวจหวย
"ติดต่ออภิโชค-ลงโฆษณา-ทำเว็บ-แจ้งปัญหาการใช้งาน"
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.825 วินาที กับ 23 คำสั่ง
Copyright (c) 2008-2014 apichokeonline.com